gototopgototop
Get Adobe Flash player
Highlighter
การรอรับพระพร (Waiting Blessed) » การรอรับพระพร (Waiting Blessed) ศจ.พงศ์ศักดิ์ ปิ่นแก้ว pinkaewpongsak@gmail.com (mailto:pinkaewpongsak@gmail.com) การรอรับพระพรเพียงอย่างเดียวเป็นการเห็นแก่ตัว หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าขี้เกียจไม่ยอมทำอะไรได้แต่นั่งคอยให้ราชรถมาเกย ซึ่งเป็นการไม่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างแน่นอนก็เหมือนกับการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไปร้องขอ หรือหาสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาเป็นเครื่องเซ่นไหว้เพื่อรอคอยให้สิ่งที่ขอตอบสนองความต้องการในชีวิต หรือขอให้มั่งคั่งร่ำรวยมีบ้านหลังใหญ่ มีรถคันโตอะไรทำนองนั้น หรือแสวงหาโชคลาภ รอคอยโชคชะตาราศีว่าสักวันหนึ่งจะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ พระเจ้าไม่ได้สอนไห้เรากระทำเช่นนั้น การที่จะได้รับพระพรต้องขึ้นอยู่กับการกระทำให้เป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์ ถึงแม้ว่าพระเจ้าจะประทานพระคุณให้กับเราเปล่า ฟรีๆ ไม่ได้คิดมูลค่าก็จริง แต่ถ้าเราจะรับเอาพระพรก็ต้องแสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์ ในข้อพระคัมภีร์ มธ.6:33”แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้” การที่เราจะได้รับสิ่งทั้งปวงนั้นจำเป็นที่เราจะต้องแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าก่อน คือการเข้ามามีสัมพันธภาพกับพระองค์เป็นการส่วนตัว ผูกพันด้วยรักอย่างลึกซึ้งเป็นเนื้อเดียวกัน เปรียบเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันนั่นเอง ในเมื่อเราเชื่อในพระองค์แล้วก็คิดว่าได้รับความรอดเบ็ดเสร็จโดยที่ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว (ผิดครับ) ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม เคยเป็นอย่างไรก็เป็นเช่นนั้นความเชื่อที่ถูกต้องคือการประพฤติตาม และยอมรับการเปลี่ยนแปลง 2คร.6:1”ในเมื่อเราทำงานร่วมกับพระคริสต์แล้ว เราจึงวิงวอนท่านว่า ‘อย่าสักแต่รับพระคุณ’ ของพระเจ้าเท่านั้น” เพราะว่าถ้าความชอบธรรมเกิดจากธรรมบัญญัติแล้ว พระคริสต์ก็ทรงสิ้นพระชนม์โดยเปล่าประโยชน์ เพราะธรรมบัญญัติไม่สามารถช่วยให้เรารอดพ้นจากบาป มนุษยไม่สามารถกระทำตามธรรมบัญญัติได้เลย ยากเกินกว่ามนุษย์เดินดินธรรมดาอย่างเราๆ จะทำตามได้ ไม่มีเหตุผลเลยที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จลงมาจากเบื้องบนเพื่อยอมตายบนไม้กางเขน ถ้าเรารอดโดยธรรมบัญญัติ กท.2:21”ข้าพเจ้า ไม่ได้กระทำให้พระคุณพระเจ้าเป็นโมฆะ เพราะว่าถ้าความชอบธรรมเกิดจากธรรมบัญญัติแล้ว พระคริสต์ก็ทรงสิ้นพระชนม์โดยเปล่าประโยชน์” ความเชื่อ คือการกระทำตามนั่นคือสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัส เพราะว่าถ้าไม่กระทำตามเมื่อวันนั้นมาถึงมิใช่ทุกคนที่เรียกว่า “พระองค์เจ้าข้า” พระองค์เจ้าข้าจะได้เข้าไปในแผ่นดินสวรรค์ มธ.7:21”มิใช่ทุกคนที่เรียกว่า พระองค์เจ้าข้า พระองค์เจ้าข้าจะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้ทรงสถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้”  เพราะฉะนั้น ความชอบธรรมที่เราหวัง คือพระเยซูคริสต์ของเราที่จะเสด็จกลับมา ถ้าเรามัวรอรับแต่พระพรที่เหมือนกับคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย คอยแต่แบมือขออย่างเดียวแล้วถ้าไม่มีใครให้ ชีวิตเราจะอยู่ได้อย่างไร เพราะไม่เคยช่วยเหลือตัวเอง ไม่เคยทำอะไรเองเหมือนเด็กที่เอาแต่แบมือขอตังค์พ่อแม่อะไรทำนองนั้นแหละครับ ถึงแม้ว่าพ่อแม่จะให้เพราะเราเป็นลูกก็ตาม แต่การให้นั้นเป็นด้วยความรักความผูกพัน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่เราก็ได้ถูกสอนให้พึงตัวเองใช่ไหมครับ ต้องทำมาหากินเอง แต่ก่อนที่จะมาช่วยตัวเองได้ก็ถูกเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนในสารพัดสิ่ง ในทุกเรื่อง พระเจ้าก็เช่นเดียวกันถึงแม้พระองค์จะเทพระพรลงมาให้เรา แต่พระองค์ก็ตรัสให้เรากระทำตามในสิ่งที่พระองค์ได้สอนเหมือนกัน แนวความคิดของการแยกตัวเองออกมาจากความชั่ว คือพื้นฐานในการมีสัมพันธภาพกับพระเจ้า พร้อมกับผู้คนของพระองค์สู่พระคัมภีร์ การแยกตัวผูกพัน คือ ปฏิเสธ และรับเอาสิ่งอื่นที่ดี แยกตัวเองดำเนินชีวิตออกมาจากบาป และจากทุกสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพระเยซูคริสต์ เข้ามาสู่ความชอบธรรม และพระคำของพระเจ้า ต้องเข้ามาใกล้พระเจ้า ติดสนิท และเป็นความสนิทสนมด้วยการอุทิศตัว สรรเสริญและนมัสการ พร้อมกับการปรนนิบัติรับใช้พระองค์ด้วยใจกล้าหาญ ไม่มีข้อแม้ใดๆ เป็นการตอบสนองพระคุณที่ได้มีให้กับเรา การกระทำเช่นนี้จะเป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์ ออกมาจากการถูกกักขังของความบาป 2คร.6:16-18”วิหารของพระเจ้าจะตกลงอะไรกับรูปเคารพได้ เพราะว่าเราเป็นวิหารของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์  ดังที่พระเจ้าตรัสไว้ว่า เราจะอยู่ในเขาทั้งหลายและจะดำเนินในหมู่พวกเขา และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นชนชาติของเรา””พระเจ้าตรัสว่า เหตุฉะนั้น เจ้าจงออกจากหมู่พวกเขาเหล่านั้น และจงแยกตัวออกจากาเขาทั้งหลายอย่าแตะต้องสิ่งซึ่งไม่สะอาด แล้วเราจึงจะรับพวกเจ้าทั้งหลาย””เราจะเป็นดังบิดาของพวกเจ้า และพวกเจ้าจะเป็นบุตรชายบุตรหญิงของเรา พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทั้งสิ้นได้ตรัสดังนั้น” ดังนั้น การแยกตัวเองออกมาจากความบาปจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ชีวิตที่จะดำเนินอยู่ในทางของพระเจ้าได้นั้นต้องยอมจำนนและดำเนินต่อไปซึ่งเป็นเกณฑ์พื้นฐานที่จำเป็นต่อประชากรของพระองค์ พวกเราต้องคาดหวังที่จะบริสุทธิ์ แตกต่างและแยกออกมาจากผู้คนเหล่านั้นทั้งสิ้น และเข้ามาสู่ภายใต้พระเจ้าด้วยตัวของเราเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และต้องเกลียดบาปเหมือนกับที่พระองค์ทรงเกลียด การกระทำทั้งสิ้นเหล่านี้จะเป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงการแยกตัวเองออกมาจากสิ่งชั่วร้ายที่กำลังระบาดไปทั่วทุกหัวระแหงของโลกใบนี้ ถึงแม้การยืนอยู่ตรงข้ามกับบาปจะเป็นเรื่องที่ยากมากก็ตาม แต่ก็จะเป็นที่รักยิ่งหรือที่เรียกว่าเป็นคนโปรด คุณเคยเป็นคนโปรดหรือไม่ครับ? การเป็นคนโปรดจะมีความสุขมาก เพราะร้องทูลขอสิ่งใดก็จะได้รับคำตอบ หรือจะได้รับพระพรนานาประการจากพระองค์ เราจะพบว่าทำไมพระเจ้าจึงให้นางมารีย์ตั้งครรภ์โดยเดชของพระวิญญาณ และคลอดบุตรชายที่มีชื่อว่า “เยซู” ล่ะครับ ก็เป็นเพราะว่านางเป็นคนโปรดนั่นเอง การที่ได้เป็นคนโปรดก็ว่านางได้ใช้เวลากับพระองค์อย่างสม่ำเสมอ ลก.1:28,30”ทูตสวรรค์เข้าบ้านมาถึงหญิงพรหมจารีนั้น แล้วว่า เธอ ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงโปรดปรานมากจงจำเริญเถิด พระเป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับเธอ””แล้วทูตสวรรค์จึงกล่าวแก่เธอว่า มารีย์เอ๋ยอย่ากลัวเลย เพราะเธอเป็นที่พระเจ้าทรงโปรดปรานแล้ว” เราจะพบถึงสองข้อด้วยกันที่พระเจ้าทรงใช้ทูตสวรรค์ “กาเบรียล” มากล่าวแก่นางว่า “เธอเป็นหญิงที่พระเจ้าทรงโปรดปราน” ขอบคุณพระเจ้าที่ได้สำแดงถึงความโปรดปรานแก่นาง ซึ่งนี่เองเป็นการยืนยันถึงพระพรที่ประชากรของพระองค์จะได้รับเช่นกัน เพียงแค่แยกตัวเองออกมาจากระบบของโลก ใช้เวลาอย่างสม่ำเสมอเหมือนกับนางมารีย์ด้วยกันครับ แล้วสิ่งที่รอคอยก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตที่สัตย์ซื่อกับพระองค์ ทุกอย่างเป็นไปได้โดยพระเจ้า ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆ ท่าน ขอให้ปีใหม่ปีนี้เป็นปีแห่งพระพรนะครับ.... วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2014 เวลา 14:37 น.
พลังแห่งความปรารถนาที่ลึก (The Power Of A Deep Desire) » pinkaewpongsak@gmail.com (mailto:pinkaewpongsak@gmail.com)   พลังความปรารถนานี้ก็เพียงแค่เข้ามาพิจารณาความจริง  สิ่งนี้อาจจะปฏิวัติชีวิตของเราไปสู่สิ่งที่เราต้องการอย่างแท้จริง น้ำแห่งชีวิตก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตไหลเทลงมาด้วยความเชื่อ และความศรัทธาด้วยผลแห่งการอธิษฐาน และพระพรทั้งหมดแห่งชัยชนะของเราด้วยจิตวิญญาณภายใน พระพรนี้จะเข้ามาเป็นส่วนตัวและสำหรับคริสตจักรที่อยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ข้าพเจ้า ไม่เชื่อว่าเราไม่เคยรู้ถึงพลังอันมหาศาลนี้ที่อยู่ในความปรารถนาลึกๆ ของเรา เราได้ยินมากมายเกี่ยวกับเรื่องการอธิษฐานของเราและพระคำแห่งความเชื่อ เมื่อเราได้จัดการกับความปรารถนาของเรา เราก็จะใส่สิ่งนี้เข้าไปก่อนเป็นอันดับแรก ความปรารถนาคือรากฐานของเราที่จะทำให้ภูเขาสามารถเคลื่อนที่ไปได้ด้วยความเชื่อ และเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตของการอธิษฐาน นี่คือเคล็ดลับของการฟื้นฟูจิตวิญญาณทั้งหมด ความปรารถนาคืออะไร? เรามักจะใช้คำนี้ไม่ค่อยจะถูกต้องสักเท่าไร เรามักจะใช้ถึงความปรารถนาของตัวเราเอง “ต้องการ” แต่ถึงอย่างไรความจุของความลึกแห่งความปรารถนาซึ่งมีเพียงเล็กน้อยก็ยากที่จะหยั่งถึง ความลึกความเข้มแข็งแห่งความปรารถนา คือการใช้ถ้อยคำในความจริงและลึกที่สุดในความรู้สึกแห่งความปรารถนาอันแรงกล้าในจิตใต้สำนึกที่ลึกที่สุดในแต่อย่างที่เราปรารถนา ความปรารถนานี้เป็นความรักที่แข็งแกร่ง สำหรับบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการเป็นความบริสุทธิ์อย่างแรงกล้า “นิมิต” “แนวคิด” ที่จะกระตุ้นชีวิตของเรา และโชคชะตาถ้าเรายังไม่เคยรู้จักความจริงและความสำเร็จที่ชัดเจนจนกว่าพวกเขาจะมีไฟแห่งความรักความปรารถนานี้ภายในจิตใจของพวกเขา ความรู้ ความเข้าใจ และนิมิตที่ร่วมกัน มีข้อพระคัมภีร์อยู่สองเล่มที่น่าสนใจมาเปรียบเทียบ ข้อแรกอยู่ใน โฮเชยา 4:6 “ประชากรของเราถูกทำลายเพราะขาดความรู้ เพราะเจ้าปฏิเสธไม่รับความรู้ เราก็ปฏิเสธเจ้าไม่ให้รับเป็นปุโรหิตของเรา เพราะเจ้าหลงลืมพระบัญญัติแห่งพระเจ้าของเจ้า เราก็จะลืมพงศ์พันธุ์ของเจ้าเสียด้วย” ความรู้ของตัวเองไม่ได้นำมาซึ่งอำนาจ แต่การใช้ของพระองค์ คือ (ความเอาใจใส่) ความรู้เช่นนี้ก็จะสามารถเป็นไปได้ พระคัมภีร์เล่มที่สองอยู่ใน สภษ.29:18”ที่ใดๆ ที่ไม่มีการเผยธรรม ประชาชนก็ละทิ้งความยับยั้งชั่งใจเสีย แต่คนที่รักษาธรรมบัญญัติจะเป็นสุข” นิมิต เป็นแสงสว่าง (การเผย) เราได้รับเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเราในการรับใช้ มีอยู่สองสิ่งที่ได้สอนเรา คือประชากรขาดความรู้กำลังอยู่ในอันตรายของการถูกทำลาย และคนที่ไม่มีนิมิตก็จะพินาศ  การไม่มีนิมิตก็ไม่มีแรงผลักดันที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความเชื่อ การก้าวก็จะช้าแต่แน่นอนก็จะสูญเสียผลประโยชน์ของพวกเขาเอง ผลประโยชน์ที่ลึกคือผลแห่งการร่วมกันในความรู้และนิมิต มันเป็นความรู้ที่ลุกเป็นไฟอยู่ในเรา ความรู้เป็นเหมือนกับเครื่องจักรแต่นิมิตได้ผลิตความแข็งแกร่งแห่งความปรารถนาที่จะเคลื่อนเครื่องจักรไปได้ด้วยพลังอันมหาศาล ความเชื่อที่แท้จริงจะมาสู่เราได้ก็คือ ความรู้แห่งพระคำ แต่ความรู้ในตัวมันเองก็ยังไม่พอขาดพลังขับเคลื่อน ความรู้ของเราแห่งพระคำของพระเจ้าจำต้องถูกสร้างขึ้นภายในตัวเราที่มีแรงปรารถนาอันแรงกล้าสำหรับการปฏิบัติตามพระวจนะ หลายคนเข้าใจถึงพระสัญญาของพระเจ้าแต่พวกเขาไม่เคยปฏิบัติตามพระสัญญาเหล่านั้น เพราะพวกเขาขาดความปรารถนาอันแรงกล้าต่อความต้องการที่แท้จริง ที่ลึกภายในก้นบึ้งแห่งหัวใจของเขาเอง ความปรารถนาของเราไม่ใช่เพียงแค่รู้ถึงพระสัญญาเพียงเท่านั้น แต่ต้องมั่นในทางความคิดด้วย กล่าวถึง และมีสันติสุขภายในด้วย การกระทำตามนั้นคือความเชื่อที่แท้จริง เป็นชนิดแห่งความเชื่อที่ได้ผลิตนิมิตให้เราติดตามด้วยไม่คาดสายตา  ดังนั้น ถ้าจะให้เกิดขึ้นได้ต้องเต็มไปความเชื่อชนิดนี้ที่แข็งแกร่งมั่นคง มก.11:24 “เหตุฉะนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานพระเจ้าขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น” ถ้ายังไม่ได้ขอให้เราขอก็จะได้ในสิ่งที่เราปรารถนา แต่ต้องเป็นการขอที่เต็มไปด้วยความเชื่ออันแรงกล้าอย่างลึกๆ ในจิตวิญญาณของเราด้วยความบริสุทธิ์ใจภายใต้จิตสำนึกที่ดี คิดดี ทำดี มีคุณธรรม จริยธรรมแห่งความดีงามที่ได้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อเราจะได้รับนิมิตและคว้าเอาไว้ด้วยความมั่นใจ และก้าวตามนิมิตนั้น ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ขอให้เรายึดนิมิตเอาไว้ด้วยใจที่แน่วแน่ปราศจากความสงสัยในความคิด โดยยึดเอาพระสัญญาของพระเจ้าที่ได้มอบให้กับเราในพระวจนะที่เต็มไปด้วยฤทธิ์เดช เพราะว่า ถ้าประชากรขาดการเผยธรรม เขาเหล่านั้นก็ขาดความยับยั้งชั่งใจทำอะไรโดยขาดจิตสำนึกที่ดี การขาดจิตสำนึกที่ดีเพียงนิดเดียวความปรารถนาเหล่านั้นก็ขาดพลังของการที่จะได้รับคำตอบ หรือไปไม่ถึงความต้องการ “นิมิต” นั้นๆ อย่างน่าผิดหวัง จริยธรรม คือ จริย+ธรรม  ซึ่งคำว่าจริยหมายถึง การประพฤติหรือกริยาที่ควรประพฤติ   ส่วนคำว่าธรรม หมายถึง คุณความดี เมื่อรวมกันแล้วก็คือการกระทำความดี หรือรวมถึงความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไปโลกก็จะวุ่นวาย ความชั่วหรือการขาดการยับยั้งชั่งใจก็จะเกิดขึ้นโดยปริยาย แต่คนที่รักษาธรรมบัญญัติก็จะเป็นสุข สุขกาย สุขใจ ทุกอย่างก็เป็นสุข โลกก็จะสงบ แต่ทุกวันนี้มันไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นผู้คนต่างชิงดีชิงเด่น แย่งชิงกัน ถ้าไม่ได้ตามใจปรารถนาก็ฆ่าฟันกัน เหตุเหล่านี้ก็คือความบาปที่ได้เข้ามาครอบงำมนุษยชาติ เราทั้งหลายซึ่งเป็นคริสตชนภายใต้ร่มพระคุณอันยิ่งใหญ่ ผมเชื่อเหลือเกินว่าการยับยั้งชั่งใจจะมีอยู่ในเราทุกคนที่เชื่อและกระทำตามพระวจนะของพระองค์อย่างเคร่งครัด และยึดนิมิตอย่างเข้มแข็งเพื่อก้าวไปด้วยแรงแห่งศรัทธา จนไปถึงความไพบูลย์ของพระองค์ด้วยแรงผลักดันแห่งนิมิตที่ได้ทรงมอบให้กับทุกท่านตามแต่พระประสงค์ในจิตใจที่ลึกแห่งความต้องการนะครับ เอเมน..... ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆ ท่านครับ.....   ................................................   วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2013 เวลา 21:07 น.
ฉบับสุดท้าย เพื่อน (Friend) » ฉบับสุดท้าย เพื่อน (Friend) ศจ.พงศ์ศักดิ์ ปิ่นแก้ว pinkaewpongsak@gmail.com (mailto:pinkaewpongsak@gmail.com)   หลังจากที่ผมรับใช้อยู่ในคริสตจักรใหญ่นั้นอยู่ร่วมหนึ่งปี ไม่มีเวลาพักผ่อนนอนไม่พอจนกระทั่งล้มป่วยลง จึงได้ลาออกจากที่นั่นเพื่อมาพักผ่อนรักษาตัวให้กลับมีกำลังขึ้นมาใหม่ ในช่วงนั้นก็ได้ใช้เวลากับพระเจ้าไปด้วยเพื่อขอการทรงนำในก้าวต่อไป แต่ในใจก็คิดถึงคริสตจักรหนึ่งที่เคยไปนมัสการก่อนเดินทางไปอังกฤษ (ทุกครั้งเวลาผมจะทำอะไรต้องอธิษฐานก่อนเสมอ) ครั้งนี้ก็เหมือนกันได้อธิษฐานขอหมายสำคัญจากพระเจ้า หลังจากนั้นก็ได้รับคำตอบจึงได้โทรศัพท์ไปหาศิษยาภิบาลและนัดหมายที่จะพบกัน ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีผมเริ่มต้นรับใช้ใหม่อีกครั้งหนึ่งด้วยใจที่เป็นอิสระ ชีวิตเริ่มเข้าไปสู่ทิศทางของพระเจ้ามากขึ้นถึงจะอยู่ไกลจากบ้านก็ไม่เป็นไรถ้าพระเจ้าสถิตอยู่ด้วย ทุกวันดูมีสันติสุขมาก เยี่ยมเยียนเลี้ยงดูจิตวิญญาณ ทำกลุ่มเซลล์ ประกาศ เป็นพยานแต่ก็ไม่หนักเหมือนตอนที่อยู่คริสตจักรก่อน เช่นเคยก็ยังกลับบ้านดึกเหมือนเดิมเพราะต้องทำกลุ่มเซลล์ จึงไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับครอบครัวเช่นเดิม การรับใช้ในคริสตจักรนี้ผมก็ได้เป็นผู้ประสานงานขององค์กรอีอีสามประเทศไทยด้วย จุดนี้เองมีความสำคัญมากในเรื่อง “เพื่อน” เพราะว่าการเป็นผู้ประสานงานนี้ก็ได้มีโอกาสเดินทางไปในภาคต่างๆ ของประเทศ เพื่อประสานงานขององค์กรในการกระตุ้นผู้ที่เคยมาอบรมหลักสูตรของการประกาศข่าวประเสริฐในรูปแบบของการทวีคูณ อีอี 3 ให้ได้กลับมาใช้ระบบนี้มากยิ่งขึ้น  ทำให้ผมได้มีเวลารู้จักเพื่อนผู้รับใช้ตามภาคนั้นๆ ที่ได้เดินทางไปเพิ่มมากขึ้น นี่ก็น่าจะเป็นการจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า เพราะงานของพระองค์จำเป็นที่จะต้องมีสายสัมพันธ์ต่อกันและกันเพื่อง่ายต่อการประสานฯ ตลอดระยะเวลา 6 ปีเต็มที่ปรนนิบัติรับใช้พระองค์อยู่ที่นี่มีความสุขมาก ในช่วงระยะเวลาต่างๆ ก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้น ผูกพันกับสมาชิกเป็นกันเองกับทุกคนยิ่งนานวันก็ยิ่งมีประสบการณ์มากขึ้นกับพระเจ้า ผมว่าคริสตจักรนี้พระเจ้าจัดเตรียมให้กับผมที่จะได้รับใช้ในหนทางที่จะไปสู่แผนการณ์ที่ได้จัดเตรียมไว้ ตอนที่พระเจ้าได้ทรงตรัสกับอับราฮัมว่า จงนำบุตรของเจ้ามาถวายเป็นเครื่องบูชาให้กับเรา พระองค์ทรงรู้ว่าอับราฮัมรักบุตรคนนี้มาก จึงต้องการทดสอบจิตใจดูว่าท่านจะรักบุตรของท่าน หรือว่ารักพระองค์มากกว่ากัน แต่ด้วยความเชื่อที่ท่านมีอยู่ไม่เคยจางหายไปนั้น ท่านได้กระทำตามที่พระองค์ทรงตรัสทุกประการ ได้นำบุตรไป ณ สถานที่ที่จะถวายแด่พระเจ้า ในขณะที่ยื่นมือจับมีดาจะฆ่าบุตรชาย แต่ทูตของพระเจ้าเรียกเขาจากฟ้าสวรรค์ว่า  อับราฮัม อับราฮัม เรารู้แล้วว่าเจ้ายำเกรงพระเจ้า ด้วยเห็นว่าเจ้ามิได้หวงบุตรชายของเจ้า ยอมถวายบุตรคนเดียวของเจ้า เราจะอวยพรเจ้าให้เจ้าเป็นบิดาของประชาชาติ และเมื่ออับราฮัมเงยหน้าขึ้น ก็พบแกะตัวหนึ่ง ปฐมกาล 22:13”อับราฮัมเงยหน้าขึ้นมองดู เห็นข้างหลังท่านมีแกะผู้ตัวหนึ่ง เขาของมันติดอยู่ในพุ่มไม้ทึบ อับราฮัมก็ไปจับแกะตัวนั้นมาถวายเป็นเครื่องเผาบูชาแทนบุตรชาย” สถานที่นั้นเอง ท่านจึงเรียกชื่อนั้นว่า “เยโฮวาห์ยิเรห์” อย่างที่เขาพูดกันทุกวันนี้ว่า จะจัดไว้บนภูเขาของพระเยโฮวาห์ นี่คือคำที่ว่า “พระเจ้าผู้จัดเตรียม” ถ้าเราเชื่อและกระทำตามในสิ่งที่พระองค์ทรงตรัส เราก็จะได้พบกับสิ่งที่พระองค์จัดเตรียมไว้ให้กับเรา ผมเชื่อเช่นนั้นมาตลอดสิ่งที่พระองค์บอกเกิดขึ้นจริงกับชีวิตผมมาเสมอ ในช่วงที่รับใช้อยู่นั้นก็มีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้นหลายอย่างด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมได้ไปถึงนิมิตที่พระเจ้าให้ก็คืองาน “ฤทธิ์เดช” ซึ่งเป็นงานประจำปีของชาวคริสตชนในประเทศไทย เป็นงานที่ทุกคนปรารถนาที่จะได้รับใช้ร่วมกันเป็นพระพรมาก ยังจำได้ว่าในปี คศ.1998 ซึ่งก็จะถึงงานฤทธิ์เดชของปีนั้นได้มีการประชุมของคณะกรรมการจัดงาน ทางคริสตจักรก็ได้ส่งผมเป็นตัวแทนไปร่วมประชุมกับเขาด้วย มีการประชุมอยู่หลายครั้งด้วยกันจนกระทั่งถึงเวลาที่จะเลือกผู้นำนมัสการ ก็ได้เลือกท่านนั้นท่านนี้อยู่หลายท่านด้วยกัน แต่พอเอาเข้าจริงมีอยู่ท่านหนึ่งได้ปฏิเสธที่จะมาร่วมด้วย ทางคณะกรรมการก็เลยพูดในที่ประชุมว่าก็เอาอาจารย์พงศ์ศักดิ์ นั่นแหละนำนมัสการแทน นี่คือที่มาของการที่จะเข้าไปสู่นิมิตที่ได้ให้ไว้ คือมีอยู่คืนหนึ่งในอังกฤษขณะที่ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่นั้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ได้นำให้เข้าไปสู่เวลาของพระเจ้า  แล้วก็ได้เห็นภาพนิมิตว่าตัวเองยืนถือไมค์โครโฟนอยู่ท่ามกลางฝูงชนรอบด้าน กระโดดโลดเต้นไปมา นำพี่น้องนมัสการพระเจ้า เป็นภาพที่ประทับใจมากแต่ก็ไม่ทราบว่าภาพนี้เกิดขึ้นที่ไหน เพราะว่าตอนนั้นอยู่ที่ประเทศอังกฤษ แปลกภาพที่เห็นนั้นเป็นคนไทยไม่ใช่ฝรั่ง ผมก็ได้เฝ้ารอภาพนั้นมาโดยตลอดจนกระทั่งกลับมาเมืองไทย และนิมิตนั้นก็ได้เกิดขึ้นจริงในงาน “ฤทธิ์เดช” นี่เอง คืนที่ผมได้นำพี่น้องนมัสการพระเจ้า ในขณะที่ยืนถือไมค์มีฝูงชนของพระเจ้าทั้งยืนและนั่งอยู่รอบด้านเหมือนในนิมิตอย่างไงอย่างงั้นเลย ทำให้ผมรู้ว่านิมิตที่ให้นั้นคืองานฤทธิ์เดชผมตื้นตันใจมาก มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก หลังจากนั้นก็ได้รับใช้ในงานฤทธิ์เดชอยู่หลายปี และผมก็เชื่อว่างานเช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างแน่นอน พระเจ้าจะนำฝูงชนของพระองค์เข้ามาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รวมกันเป็นพลังอันมหาศาลเพื่อเสียงแห่งการสรรเสริญจะขึ้นไปสู่บัลลังก์ของพระเจ้า เพื่อพระพรของพระองค์จะเทลงมาสู่ปวงประชาชาติทั้งสิ้น จากการได้ติดตามพระเจ้าเกือบสามสิบปีที่ผ่านมา ได้ส่ำสมประสบการณ์ในทุกด้านที่พระเจ้าได้ทรงประทานให้ จากวันนั้นถึงวันนี้นิมิตต่างๆ ที่มีได้เกิดขึ้นมาโดยตลอดพระองค์ไม่เคยที่จะไม่ทำตามพระสัญญาของพระองค์เลย จนกระทั่งได้มีโอกาสมารับใช้อยู่ในองค์กรหนึ่งจากหมายสำคัญที่ขอกับพระองค์ หลังจากที่ได้ออกมาจากคริสตจักรนั้นแล้ว ในช่วงที่ยังคงรับใช้อยู่ในงานฤทธิ์เดชวันหนึ่งหลังจากมีการประชุมเสร็จ ก็ได้อยู่คุยต่อกับผู้รับใช้อาวุโสสองท่านซึ่งอยู่ในองค์กรนั้น แล้วก็ได้ขอหมายสำคัญกับพระเจ้าว่า ถ้ามีท่านใดท่านหนึ่งถามว่าจะมารับใช้ด้วยกันในองค์กรนี้ไหม (นั้นคือหมายสำคัญ) และในเวลานั้นก็มีท่านหนึ่งได้ถามผมว่าจะมารับใช้ด้วยกันไหม ผมก็เลยรีบตกลง เพราะเป็นหมายสำคัญที่มาจากพระเจ้า รับใช้อยู่ในคณะฯนี้มาประมาณ 12-13 ปีมาแล้ว ด้วยพระคุณของพระเจ้า การรับใช้เป็นการรับใช้ไปรอคอยพระสัญญาไปด้วย ผมเชื่อว่าในขณะที่รับใช้ถ้าหัวใจของเราจดจ่ออยู่กับพระองค์ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ยากมากที่จะพรากเราออกไปจากพระองค์ สดุดี 1:2 “แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน” พระธรรมข้อนี้ได้ทำให้มีการเชื่อมต่ออย่างอัศจรรย์ อุปสรรคหรือปัญหาที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถทำให้เราออกไปจากน้ำพระทัยได้ ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญมากต่อการยึดมั่น ทุกการทดลองก็จะผ่านพ้นไปได้ เพราะการทดลองที่เกิดขึ้นกับเราพระองค์ไม่เคยทำให้ต้องทนไม่ได้แม้สักครั้งเดียว 1คร.10:13 “ไม่มีการทดลองใดๆ เกิดขึ้นกับท่านนอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อทรงทดลองท่านนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้”   ทุกวันนี้การรับใช้ของผมอยู่ได้ก็โดยมีเพื่อนๆ ที่คอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนที่ประเสริฐที่สุดของผมก็คือ “พระเยซู” พระองค์ทรงเป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพ่อ เป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ เป็นครอบครัวเดียวกันทุกสถานการณ์ ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินชีวิตในพระมรรคาทุกลมหายใจเข้าออก คือผู้ที่ทรงนำข้าพระองค์กลับมา และเปลี่ยนแปลงทุกกระเบียนนิ้วในร่างกายนี้ บั้นปลายของชีวิตขอมอบอุทิศแด่พระองค์เพียงผู้เดียว ด้วยการรอคอยนิมิตที่ได้มอบให้ วันเวลาเหล่านั้นที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากยิ่ง ด้วยทุกวันความเชื่อ และความศรัทธาจะยิ่งทวีคูณมากขึ้นว่าวันนั้นจะมาถึงอีกไม่นาน ฝูงชนของพระเจ้าจะรวมตัวกันเข้ามาเป็นประชาชาติอันมโหฬาร วางทุกสิ่งที่ถืออยู่ลง เหมือนชาวนาที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว เพื่อจะเฉลิมฉลองโห่ร้องเต้นโลด สรรเสริญนมัสการพระเจ้าโดยสุดจิต สุดใจ สุดกำลังที่มีอยู่ ถวายสาธุการแด่องค์สูงสุดแต่เพียงผู้เดียว ด้วยการรอคอยจะไม่เสียเปล่าพระองค์ไม่เคยทำให้ต้องคอยแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น  สดุดี 126:3,5-6 “พระเจ้าทรงกระทำการมโหฬารให้เรา เรามีความยินดี” “ขอให้บรรดาผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา ได้เกี่ยวด้วยเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบาน” “ผู้ที่ร้องไห้ออกไป หอบหิ้วเมล็ดพืชเพื่อจะหว่านจะกลับบ้าน ด้วยเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบาน นำฟ่อนข้าวของตนมาด้วย” ด้วยเสียงโห่ร้องนี้จะไปถึงบัลลังก์ของพระเจ้า เป็นที่พอพระทัยแล้ววันที่รอคอยก็จะมาถึงอย่างฉับพลัน ปัจจุบันทันด่วน โดยไม่คาดคิดด้วยตกตะลึงพึงเพลิด แต่เราทุกคนพร้อมแล้วที่จะไปกับพระองค์ เป็นเจ้าสาวที่บริสุทธิ์สำหรับเจ้าบ่าวคนเดียวของเรา ข้าพระองค์อธิษฐานให้เวลานั้นมาถึงเร็ววันนี้ด้วยเถิด อธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน....  (ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ติดตาม ทุกถ้อยคำเหล่านี้ขอมอบถวายแด่พระองค์เพียงผู้เดียว)........       ................................................... วันพุธที่ 02 ตุลาคม 2013 เวลา 20:37 น.

เบื่อไหม? สแปมเมล์ (Spam MAIL)

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่...

-ได้รับอีเมล์แปลกๆบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเขาได้อีเมล์ของเราได้อย่างไร?
-ได้รับอีเมล์ FW ส่งต่อๆกันมาประจำ วันละหลายๆฉบับ
-มีอีเมล์โฆษณาขายของสารพัดส่งมาให้วันๆหนึ่งจำนวนมหาศาล
-รู้สึกกับการไปไล่ตามลบอีเมล์ที่ไร้สาระ

โปรดอ่านตรงนี้   

ปัญหาอีเมล์ที่ไม่พึงประสงค์ อีเมล์ขยะวันๆหนึ่งส่งมาไม่รู้กี่ฉบับ จนทำให้เกิดความรำคาญใจ  ส่งมาขายของ ส่งมาแนะนำเรื่องที่ไม่ได้เป็นสิ่งที่เราต้องการจะรู้  ทำให้เราต้องมานั่งลงคอยรบอีเมล์จำนวนมาก  คริสเตียนก็ต้องระวังเนื่องจากมีหลายคนส่งจดหมายแบบ FW ต่อๆกันมา   ปัญหาจะเกิดขึ้นอีกเมื่อชื่ออีเมล์ของเราไปตกอยู่กับคนที่เอารายชื่ออีเมล์ของเราไปขาย  คนที่ซื้อไปก็จะมีโปรแกรมส่งอีเมล์ทีละ แสนๆเมล์ต่อวัน    การส่งอีเมล์แบบนี้เขาเรียกว่า Spam Mail  มีกฎหมายตราไว้ด้วยโทษไม่เบานะครับ  แต่กระนั้นก็ดียังมีคนหัวใสกล้าทำในเรื่องนี้  โดยหวังว่าจะทำให้เว็บไซต์ หรือสิ่งที่ตนเองอยากขายอยากโฆษณาเป็นที่รู้จักเร็ว

ระวังการสมัครเป็นสมาชิก หรือให้อีเมล์ทิ้งไว้ในเว็บบอร์ด  หรือกับเว็บไซต์ต่างๆแบบไม่คิด    ปัญหาตามมาก็คือพวกไม่สงค์ดีมักจะใช้โปรแกรมสร้างขึ้นมาเพื่อดูดอีเมล์ในเว็บไซต์ หรือในเว็บบอร์ดแล้วเอามาจัดเก็บไว้ในลิสรายชื่อ  จากนั้นก็จะเอามารวบรวมขายตามอินเตอร์เน็ต  โดยอ้างว่าเขามีฐานข้อมูลลูกค้าเป็นอีเมล์ และเบอร์โทรจำนวนแสนๆราย    แล้วหากมีบางคนรู้เท่าไม่ถึงการก็มาซื้อไป  สัก 500 ราย     จากนั้น 500 รายนั้นก็ติดตั้งโปรแกรมส่งเมล์ไปโดยหวังเพียงว่าหากลุ่มเป้าหมายนั้น   โดยแนะนำเว็บไซต์ แนะนำสินค้า  ขายของสำหรับผู้หญิงผู้ชาย   แม้ว่าการส่งอีเมล์จะไม่ประสบความสำเร็จ 100% แต่คนที่ส่งก็หวังว่าจะส่งได้สำเร็จแค่ 1% ก็พอใจ   นี่คือแรงจูงใจที่พวกเขาคิดกระทำ  โดยไม่สนใจว่าคนที่เป็นเจ้าของอีเมล์จะพบความยากลำบากแค่ไหน 

ปัญหาคือว่า ถ้ารายชื่อของคุณไปตกอยู่กับคนเหล่านั้น ที่ดูดอีเมล์รายชื่อของคุณไปขายต่อๆกันไม่รู้ไปถึงไหนตกไหน   อะไรจะเกิดขึ้น  ก็แน่ละอีเมล์ของคุณจะกลายเป็นตู้ไปรษณีย์สาธารณะชน  ที่ใครอยากจะเอาอะไรมาฝาก มาติดป้ายโฆษณาก็สามารถทำได้ง่ายๆ  แล้วโลกส่วนตัวจะเป็นอย่างไร      วันหนึ่งๆจึงมีอีเมล์แปลกโผล่มาเต็มไปหมด  บางครั้งมีไวรัสติดมาด้วยอีกต่างหาก   นี่คือเวรกรรมของคนใช้อีเมล์ก็ว่าได้ (พูดกันในภาษาชาวโลก)    อีเมล์ของคุณจะไม่สะดวกนักสำหรับการใช้งานในพันธกิจของพระเจ้า หรือในทางธุรกิจอีกต่อไป    

อนึ่ง  ขอแนะนำว่าอีเมล์ของคนที่ส่งมาแบบให้คลิกลิ้งค์ไป  โดยไม่มี URL ให้โชว์ไว้อย่างชัดเจน  หรือใช้วิธีหลอกล่อให้เราเข้าเว็บไซต์ หรือคลิกตอบตกลงอะไรสักอย่าง  จงระวังอย่าได้กระทำเด็ดขาด  เพราะคุณอาจจะกำลังตอบตกลงว่า ตกลงให้เขาใช้อีเมล์ของเราได้ประมาณนั้น     ผลเสียย่อมมากกว่าผลดีแน่แท้  เกิดวันดีคืนดีมีคนเอาอีเมล์ของเราไปส่งขายของที่ไม่ดี ที่ผิดกฎหมายล่ะ  แบบนี้ต้องระวังให้มากขึ้น   อีเมล์ FW ส่งต่อๆกันก็จงระวัง  เพราะหากเราไม่ระวังก็อาจจะโพสอะไรต่อๆกันไปได้เป็นลูกโซ่  บางเรื่องไม่เป็นความจริงเลยแบบนี้อาจโดนฟ้องกลับ    ไอทีมีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งคุณและโทษ   
 
และอย่าไปหลงเชื่อว่าจะมีเงินเป็นจำนวนมากส่งเข้ามาที่อีเมล์ของคุณ  เพียงคุณติดต่อกลับไป หรือให้ข้อมูลอะไรบางอย่างเพื่อยืนยัน  เรื่องพวกนี้จะไม่เป็นปัญหาหากเรารู้กลลวงเหล่านี้แล้ว และไม่มีใจโลภอยากได้ เพียงคิดว่าไม่เป็นไรแค่คลิกส่งไป ไม่เห็นมีผลเสียอะไร แถมได้พัฒนาภาษาอังกฤษไปในตัว  จงระวังบางทีก็มีเรื่องแปลกแบบนี้ในอีเมล์ของเราได้   แล้วอย่าหลงดีใจว่าขอบคุณพระเจ้ามีคนใจดีจะโอนเงินก้อนใหญ่มาให้ เป็นเงินที่มาจากทรัพย์สินของมหาเศรษฐี ฝันไปเถอะครับพี่น้อง   เหล่านี้คืออันตรายที่อาจแฝงมาจากอีเมล์ของคุณได้     การประกาศผ่านไอทีมีตั้งหลายๆอย่างที่สามารถทำได้  คิดสักนิด... เกรงว่าเรานำเสนอเรื่องประเสริฐโดยวิธีไม่ประเสริฐนัก

หากพี่น้องมีโอกาสอยากรู้จักมากขึ้นก็ลองอ่านบทความอื่นๆต่อจากนี้ด้านล่าง.....
www.thaichristians.net
www.church.or.th
www.serverchristian.com



สแปมเมล์ (Spam MAIL)
        
         เมื่อพูดถึงอีเมล์ผู้ใช้งานส่วนใหญ่คงเคยประสบกับปัญหาการใช้งานอินเทอร์เน็ตเมื่อเราเปิดดู Mail Box ทุกครั้งต้องกลุ้มอกกลุ้มใจกับปริมาณ อีเมล์ขยะ [Junk Mail] ที่มีจำนวนมากมายมหาศาล และแต่ละไฟล์ก็ไม่ใช่เล็กๆเป็นระดับ 52 KB ขึ้นไปทั้งนั้น ส่งผลให้เมล์บ็อกซ์เต็มเร็วมาก จนไม่สามารถรับเมล์จากเพื่อนๆหรือลูกค้าได้ ทำให้ต้องพลาดข้อมูลสำคัญๆทุกที่ อย่างไรก็ตาม เมื่อดูรายชื่อ หรืออีเมล์แอดเดรสที่ส่งมาก็ล้วนแต่เป็นคนที่เราไม่รู้จัก หรือเป็นคนที่เราเคยติดต่อเลย นอกจากนี้ ยังมีบรรดาไฟล์แนบต่างๆ ที่ทั้งเป็นไฟล์ภาพ JPEG, ZIP และ Doc อันที่จริงเจ้าของอีเมล์ที่ส่งมาก็ไม่ได้ตั้งใจส่งมาให้กับเรา แต่ตัวเขาเหล่านั้นก็โดนโทรจันใช้เป็นฐานยิงสแปมเมล์ เช่นเดียวกัน โดย สแปมเมล์ [Spam MAIL] นั้นคืออีเมล์ที่ถูกส่งออกมาคราวละมากๆ เพื่อหวังผลด้านการโฆษณา หรือขายสินค้า  นอกจากปัญหาการถูกโจมตีโดยสแปมเมล์แล้ว ยังมีภัยเงียบที่น่ากลัวสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ที่หลายคนไม่ค่อยรู้จักหรือตระหนักถึงคือ เรื่อง ความปลอดภัยบนเครือข่ายไร้สาย [Wireless Security] ที่กำลังเป็นแฟชั่นสำหรับออฟฟิศยุคนี้ด้วย นายปริญญา หอมอเนก ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้เชี่ยวชาญดานเครือข่าย และความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ เล่มให้ฟังว่า จากที่ได้ร่วมการประชุมคณะกรรมการ ที่ปรึกษาความปลอดภัยข้อมูล แห่งเอเชียที่ประเทศฮ่องกงเป็นเจ้าภาพ สรุปได้ว่า ปัญหาใหญ่ที่ฮ่องกงกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ คือ ปัญหา SPAM MAIL เป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ทำให้การติดต่อสื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ต ประสบกับปัญหาติดขัด เนื่องจากจำนวนข้อมูลของ SPAM MAIL นั้น มีจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน ตลอดจนผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องเสียเวลาในการกำจัด SPAM MAIL และที่เพิ่มเติมมาอย่างน่ากลัวคือการล่อลวงแบบฟิชชิ่ง [Phishing] “ด้านความปลอดภัยของระบบ LAN ไร้สาย หรือ Wireless LAN กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ความปลอดภัยของระบบ Wireless LAN ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี เราควรติดตั้งระบบ Wireless LAN ให้ปลอดภัยตามหลักการด้าน Information Security เพื่อลดความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ไม่หวังดี เช่น ติดตั้ง Access Point หรือ AP ในตำแหน่งที่เหมาะสม จำกัด MAC Address เฉพาะที่เราอนุญาต จัดการกับ spam คือ เมล์ที่เราไม่ต้องการเป็นประเภทหนึ่งของ Junk เมล์

จุดประสงค์ของผู้ส่ง spam mail
มักต้องการโฆษณาบริการต่างๆ ที่ตัวเองมีอยู่ spam mail เป็นการส่งอีเมล์แต่ละฉบับไปหาคนจำนวนมาก spam คือ e-mail ลักษณะหนึ่ง ที่ส่งถึงท่าน หรือคนทั่วโลก โดยผู้ส่งไม่จำเป็นต้องรู้จักท่านมาก่อน เพราะเขาใช้โปรแกรมหว่านแห ส่งไปทั่ว เท่าที่จะส่งไปได้ และมักเป็น e-mail ที่เราท่าน ไม่พึงประสงค์เป้าหมายส่วนใหญ่ของ spam คือเชิญชวนให้ท่านไปซื้อสินค้า หรือแนะนำเว็บทางการค้า ที่เจ้าของเว็บจ่ายเงินจ้าง hacker เก่งๆ ให้สร้าง spam ให้กับเว็บของตน หรืออาจเกิดจากนักเจาะระบบสมัครเล่น ที่ชอบทดลอง ก็เป็นได้ และปกติเราจะไม่สามารถควานหาตัว ผู้สร้าง spam ได้โดยง่าย เพราะพวกเขามีวิธีพลางตัว ที่ซับซ้อนยิ่งนัก เช่น login จาก server หนึ่งกระโดดไปอีก server หนึ่ง แล้วจึงจะเริ่มเจาะ server เป้าหมาย ที่สถาบันผมเจอมาแล้วว่า มีคนเข้า server ผมได้แล้วใช้เป็นทางผ่านไปเจาะญี่ปุ่นบ้าง อเมริกาบ้าง อังกฤษบ้าง พอเช็ค account ก็เป็นของนักศึกษาที่ไม่เคยใช้ internet มาก่อนเลยก็มี โดยปกติ server ทุกแห่ง จะไม่อนุญาตให้สมาชิก หรือให้บริการส่ง spam หากใครทำแล้วจับได้ จะถูกตัดสิทธิ์การใช้บริการทันทีแต่ server บางแห่งมีระบบรักษาความปลอดภัยที่อ่อน ทำให้มี hacker เข้าไปติดตั้งโปรแกรม หรือ set ระบบให้ส่ง spam ออกไป ถ้าผู้ดูแลระบบไม่มีความรู้เท่าทัน hacker ก็จะไม่สามารถจัดการอะไรได้เพราะหลักการ และทฤษฎีเกี่ยวกับ server มีมากมาย
ที่มา http://www.dmsc.moph.go.th



วิธีการปัองกัน/ลดปัญหาอีเมลขยะ

คงเป็นการยากที่จะแก้ไขปัญหาอีเมลขยะได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากปัจจุบัน มีเทคนิคต่างๆ มากมายในการเข้าถึงอีเมลของเรา แต่เราสามารถป้องกันหรือลดจำนวนการเพิ่มของอีเมลขยะเหล่านี้ได้ไม่ยาก เพียงแค่ทำงานคำแนะนำดังต่อไปนี้

1.ไม่ใช้อีเมลในองค์กร?เพื่อ register ในเว็บไซต์ต่างๆ?เพราะว่าปัจจุบันมีโปรแกรมดูดอีเมล ทำให้อีเมลของเราอาจถูกนำไปใช้ในการซื้อขาย เพื่อส่งข้อมูลต่างๆ?
2.ควรมีอีเมลแยกต่างกัน สำหรับอีเมลเพื่อการ register บนเว็บไซต์ อาจใช้บริการฟรีอีเมลต่างๆ ที่มีในเว็บไซต์ต่างๆ
3.ไม่เปิดรับอีเมล์จากบุคคลหรือบริษัทที่เราไม่รู้จัก ทั้งนี้ ถ้ามีการเปิดรับ จะเป็นการยืนยันว่าอีเมลของเรามีตัวตนจริง ทำให้ผู้ส่ง ส่งอีเมล์ขยะเพิ่มขึ้นเข้ามา
4.บางอีเมลขยะ จะมีคำแนะนำว่า ให้ยกเลิกการส่ง หรือ?Unsubscribe อีเมลได้ถ้าไม่พอใจ?เพื่อให้ยกเลิกการส่ง? แต่กลับเป็นการยืนยันว่าอีเมลของเรามีตัวตนจริง ทำให้ผู้ส่ง ส่งอีเมลขยะเพิ่มขึ้นเข้ามา (เรื่องนี้คงต้งพิจารณาเป็นรายๆ ไป)
5.ไม่ทำการส่งต่ออีเมลประเภท จดหมายลูกโซ่
6.บางองค์กรจะมีระบบในการจัดการอีเมลขยะ ให้เราแจ้งมาไปยัง admin ของผู้ดูแลระบบอีเมล เพื่อปัองกันได้
7.กำหนด options ในโปรแกรมอีเมล เพื่อสั่งลบไฟล์อีเมลขยะแบบอัตโนมัติ (ให้ศึกษาจากคู่มือของโปรแกรมที่ใช้แต่ละโปรแกรมอีกครั้ง)

เชื่อว่าถ้าทำได้ดังนี้ จะช่วยลดปัญหาอีเมลขยะลงได้ อย่างน้อยก็คงทำให้เราไม่ได้รับอีเมลขยะเพิ่มขึ้นอย่างมากมายเช่นทุกวันนี้


ที่มา :: www.it-guides.com

 

จดหมายขยะ โฆษณาบนความรำคาญของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (ดร.ธันวา ศรีประโมง)

จาก http://www.issarachon.com
จาก http://www.eng.mut.ac.th
วันนี้ก็เหมือนกับทุกๆ วัน... สิ่งแรกที่ผมกระทำเมื่อผมเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในตอนเช้าก็คือ การตรวจสอบว่ามีใครส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์หรือ “e-mail” มายังผมบ้าง มีเพียงสิ่งหนึ่งที่อาจจะแตกต่างไปจากวันก่อนๆ อยู่เล็กน้อยก็คือ วันนี้จดหมายอิเลคทรอนิคส์ทุกฉบับที่ผมได้รับล้วนแล้วแต่เป็นจดหมายที่ผมไม่ต้องการทั้งสิ้น ผมนึกไปถึงสมัยที่ผมเรียนอยู่ที่อังกฤษ จดหมายที่ถูกหย่อนลงในช่องจดหมายหน้าบ้านส่วนมากมักจะเป็นแผ่นพับโฆษณา บ้างก็เป็นอาหารราคาถูกในย่านนั้น หรือไม่ก็พวกขอให้สมัครบริการนั่นโน่นนี่ เมื่อผมกลับมายังเมืองไทย จดหมายบางส่วนยังคงติดตามข้ามฟ้ามาถึงผมที่เมืองไทย และผมเริ่มเห็นว่า บริษัทเมืองไทยบางบริษัทก็เริ่มเอาอย่าง แต่ส่วนมากยังคงจำกัดอยู่เฉพาะกับบริษัทที่คุณได้สมัครเป็นสมาชิก หรือสมัครขอใช้บริการจากบริษัทนั้นๆ จดหมายเหล่านี้ในต่างประเทศถูกเรียกว่า “จดหมายขยะ” หรือ Junk mail เพราะจดหมายเหล่านี้ส่วนใหญ่จะไม่มีผลใดๆ กับคุณ และมักเป็นสิ่งที่คุณไม่ได้ต้องการข้อมูลเหล่านั้นอยู่แล้ว    เมื่อเราๆ ท่านๆ มีช่องทางจดหมายอิเลคทรอนิคส์เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารใหม่ เจ้าจดหมายขยะเหล่านี้ก็พัฒนาการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน และสำหรับหลายๆ คน การที่ได้รับจดหมายขยะหลายสิบฉบับต่อวันที่กองท่วมจดหมายที่คุณต้องการเพียงสองสามฉบับต่อวัน นับเป็นสิ่งที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง และบ่อยครั้งที่จดหมายเหล่านี้มักมีของแถมร้ายแรงอย่างเช่นฝากไวรัสหรือหนอนคอมพิวเตอร์เข้ามาฝังในระบบของคุณอีกด้วย

จดหมายขยะอิเลคทรอนิคส์คืออะไร?
เจ้าจดหมายอิเลคทรอนิคส์ขยะเหล่านี้มีการเรียกกันในหลายชื่อ ชื่อที่นิยมเรียกกันก็คือสแปม “spam” ซึ่งมักจะใช้เรียกจดหมายที่ถูกส่งมาจากแหล่งที่อาจจะมีตัวตนหรือไม่ก็ตาม และมักจะเป็นโฆษณาขายบริการ ผลิตภัณฑ์ ไปจนะถึงโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะแชร์ลูกโซ่ หลอกให้จ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อรับโชคก้อนใหญ่ อย่างพวกที่อ้างว่า ตนเป็นคนในประเทศแถวๆ แอฟริกา ต้องการโอนเงินให้กับคนในสหรัฐ หรือที่อื่น แต่เนื่องจากติดปัญหาเรื่องระบบการโอนเงินของแอฟริกาหรืออะไรทำนองนั้น จึงไม่สามารถโอนให้โดยตรงได้ จำเป็นจะต้องขอใช้บัญชีเงินฝากของคุณในการโอนเงิน และจะให้รางวัลอย่างงาม (เงินรางวัลคิดแล้วเป็นเงินร่วมแสนร่วมล้านบาท) สแปมส่วนมากมักจะเป็นอีเมล์ประเภทข้อมูล HTML (ซึ่งเป็นโครงสร้างเอกสารแบบเดียวกันกับที่เว็ปไซต์ทั่วไปใช้ในการแสดงข้อความ) และมักจะแฝงชุดคำสั่งที่อาจจะฝังไวรัสคอมพิวเตอร์หรือหนอนคอมพิวเตอร์เข้ามาในระบบคุณได้หากคุณมิได้อัปเกรดบราวเซอร์หรือระบบปฏิบัติการของคุณอย่างสม่ำเสมอ ในบางครั้งซึ่งไม่บ่อยครั้งนัก บางท่านอาจจะโดนจดหมายขยะเข้ามาเป็นจำนวนมาก เช่นอาจจะถึงร่วมๆ ร้อยฉบับต่อวัน โดยที่ในทุกฉบับมีข้อความเดียวกัน และอาจจะมีขนาดใหญ่มากจนทำให้พื้นที่ในการรับจดหมายของคุณไม่เพียงพอ (ส่งผลให้คุณไม่สามารถรับอีเมล์จากรายอื่นได้เลย) กรณีนี้เรียกว่า Mail bomb
ข้อกฏหมายกับจดหมายขยะ?
ในบางประเทศ การส่งจดหมายขยะถือเป็นสิ่งผิดกฏหมาย และสำหรับในยุคที่การส่งจดหมายขยะอิเลคทรอนิคส์มากมายจนท่วมอินเทอร์เน็ต จึงได้มีกฏระเบียบขึ้นมาควบคุมจดหมายเหล่านี้ กฏระเบียบโดยทั่วไปที่เราจะพบเห็นก็คือ ตัวกฏหมาย(ในต่างประเทศ)มิได้ห้ามการส่งจดหมายขยะ แต่ในจดหมายเหล่านี้ จะต้องมีข้อความหรือจุดเชื่อมต่อ ที่แจ้งให้ผู้รับทราบว่า จะไปยกเลิกการรับจดหมายจากที่ไหน ซึ่งลักษณะบริการแบบนี้เรียกกว่า opt-out   

หลังจากที่มีระเบียบในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาอย่างชัดเจน ทำให้จดหมายขยะมีจำนวนมากขึ้น และหลายๆ ฝ่ายกำลังพิจารณาทางเลือกใหม่ซึ่งจะกำหนดไม่ให้มีการส่งจดหมายประเภทนี้ไปยังผู้รับก่อนที่จะได้รับการยินยอมจากผู้รับ ลักษณะแบบนี้เรียกว่า opt-in โดยการรับบริการอาจจะอยู่ในรูปของการสมัครสมาชิกหรือใช้บริการบนเว็ปไซต์ใดเว็ปไซต์หนึ่ง แล้วจะมีข้อความขอคำยินยอมจากผู้สมัครว่า จะสามารถส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์ไปยังผู้รับได้หรือไม่ และอีกจุดที่คุณจะต้องระวังก็คือ จะมีข้อความถามต่อไปว่า จะสามารถส่งข้อมูลของคุณไปยังบริษัทอื่นที่จะทำการส่งจดหมายมายังคุณได้หรือไม่ ซึ่งในสองประเด็นนี้ มักจะถูกกำหนดตัวเลือกให้เป็น “ยอมรับ"”ไว้ล่วงหน้า ถ้าคุณมิได้ตรวจดูถ้อยคำเหล่านี้ คุณอาจจะได้ทำการสมัครและยอมรับจดหมายขยะจำนวนมากเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว สำหรับในเมืองไทย เราคงต้องคอยดูว่ากฏหมายเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตในเรื่องที่สัมพันธ์กับจดหมายขยะจะเป็นอย่างไร และจะมีกรณีตัวอย่างต่อไปอย่างไร แต่เท่าที่ผ่านมายังมิได้เห็นการจัดการใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมีแนวทางชัดเจนนัก

คุณสมบัติที่วไปของจดหมายขยะ
ก่อนที่เราจะมาดูวิธีการป้องกันแก้ไข เรามาลองดูคุณสมบัติทั่วไปของจดหมายขยะเหล่านี้ ทั้งนี้เพื่อจะได้เข้าใจถึงจุดหมายของจดหมายขยะ เข้าใจถึงผลกระทบ และจะได้หาทางป้องกันหรือลดไม่ให้จดหมายขยะเข้ามากวนกับชีวิตในอินเทอร์เน็ตของคุณได้


1. จดหมายเหล่านี้มักเป็นจดหมายโฆษณาเว็ปไซต์ หรือการให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง นี่เป็นจุดประสงค์หลักอันหนึ่งของจดหมายขยะ ที่จะต้องการขายบริการให้แก่คุณ ซึ่งบริการหลายอย่างนั้น บ่อยครั้งไม่สามารถจะโฆษณาผ่านช่องทางปกติได้โดยสะดวก อย่างเช่นโฆษณาเกี่ยวกับการเสริมความงามทั้งของท่านหญิงและท่านชาย โฆษณาขายซอฟต์แวร์ หนังสือ เป็นต้น และด้วยค่าใช้จ่ายในการส่งที่ถูกมากจนอาจจะเรียกได้ว่าฟรี และเป้าหมายคือคนทั่วโลก จดหมายขยะในปัจจุบันจึงมักจะข้ามน้ำข้ามทะเล(มาทางสายเคเบิลใต้น้ำหรือไม่ก็ดาวเทียม) มาจนถึงคุณได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งกว่าการส่งจดหมายปกติทั่วไป ยิ่งในช่วงหลังที่คนไทยเริ่มตื่นตัวกับช่องทางนี้ เดี๋ยวนี้คุณก็จะได้รับจดหมายขยะจากคนไทยในจำนวนอาจจะไม่น้อยหน้ากว่าจากต่างประเทศเลย


2. ชื่อผู้ส่งมักจะไม่สามารถค้นหาที่มาได้ และชื่อผู้รับมักจะไม่ใช่อีเมล์คุณ ด้วยเหตุที่การส่งจดหมายขยะ เสี่ยงต่อข้อกฏหมาย(ในต่างประเทศ) และเสี่ยงต่อเว็ปไซต์ของผู้ส่งจะต้องถูกปิดลงจากการละเมิดการใช้งาน (โดยทั่วไปแล้ว ผู้ให้บริการพื้นที่เว็ปไซต์ และผู้ให้บริการอีเมล์ มักจะกำหนดว่าการส่งจดหมายขยะเป็นการละเมิดข้อตกลงในการใช้งาน) จดหมายขยะเหล่านี้จึงอาศัยช่องโหว่ของระบบการรับส่งอีเมล์ ในการส่งอีเมล์โดยอาศัยโปรแกรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ส่งจดหมายขยะเข้าไปยังเมล์เซอร์เวอร์ต้นทาง และผ่านมายังคุณโดยอาศัยอีเมล์แอดเดรสที่อาจจะเก็บมาจากเว็ปไซต์ต่างๆ ไปจนถึงการกว้านซื้อมาจากไซต์ที่บอกรับสมาชิกต่างๆ ในราคาถูก และในทางปฏิบัติ ผู้ส่งจดหมายขยะอาจจะทำการล็อกอินเข้ามายังระบบเมล์เซอร์เวอร์ปลายทาง (ของ ISP หรือของบริษัทของคุณเอง) แล้วส่งจดหมายมาถึงคุณโดยตรงก็ยังได้ สิ่งที่จะช่วยในการควานหาต้นตอแท้จริงของจดหมายขยะเหล่านี้ยังพอมี แต่จะต้องอาศัยความร่วมมือของ ISP ต้นทางในการให้ข้อมูลหมายเลข IP และรายชื่อผู้ใช้งานในขณะนั้นๆ ซึ่งมักจะทำได้ลำบากเพราะข้อมูลดังกล่าวจะมิได้เก็บย้อนหลังไว้นาน ( ISP หลายแห่งอาจจะเก็บไว้เพียงสองวันย้อนหลัง) และส่วนมากมักจะถูกส่งมาจากต่างประเทศ หรือร้ายกว่านั้น อาศัยการเจาะระบบเข้าไปโดยตรง หรือผ่านทางไวรัส โทรจัน หรือหนอนคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่สามารถค้นหาเจ้าของผู้ส่งแท้จริงได้โดยง่าย


3. จุดเชื่อมต่อที่แจ้งให้คุณสามารถถอนชื่อออก มักทำงานไม่ได้ หรือไม่ก็อาจจะมีจุดประสงค์อื่นที่แฝงไว้แทน นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่สร้างความรำคาญให้กับจดหมายขยะในสายตาของผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ เมื่อเราพยายามติดตามจุดเชื่อมต่อไปยังเว็ปไซต์ที่ทำการถอดถอนบริการ มักจะไม่สามารถถอดถอนบริการได้ แถมร้ายไปกว่านั้น ช่องทางนี้ในระยะหลังถูกใช้เป็นช่องทางตรวจสอบว่าอีเมล์ของคุณนั้น คุณได้ใช้งานอยู่หรือไม่ การที่คุณไปยกเลิกการขอใช้บริการจดหมายขยะฉบับหนึ่ง อาจจะมีค่าเท่ากับคุณออกไปตะโกนหน้าบ้านว่า “ฉันอยู่นี่ ช่วยส่งจดหมายขยะมาให้ฉันอีกเยอะๆ ฉันชอบ” อะไรทำนองนี้ล่ะครับ


4. มักจะส่งมาในลักษณะของ HTML format จดหมายขยะมักจะอยู่ในรูปของโครงสร้างเอกสารแบบเดียวกันกับที่ใช้ในเว็ปไซต์ทั่วไป ทั้งนี้จุดประสงค์หลักเพื่อจะได้สามารถออกแบบหน้าตาให้สวยงามได้ แต่เหนือไปกว่านั้น อาจจะสามารถสอดแทรกชุดคำสั่งที่จะอาศัยช่องโหว่ในระบบของคุณ แล้วส่งโปรแกรมอื่นๆ เข้ามาทำงานด้วย
5. เว็ปไซต์ที่เชื่อมต่อไปนั้น มักจะไม่มีข้อมูลรายละเอียดในตัวสินค้ามากนัก ในบางกรณีอาจจะมีเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้คุณติดต่อไป เพื่อจะได้ทำการเข้าถึงตัวคุณได้โดยตรง


6.หัวข้อจดหมายขยะมักจะเป็นข้อความที่ดูน่าสนใจ หรือไม่ก็อาจจะหลอกลวงตั้งแต่ต้น ด้วยจุดมุ่งหมายจะให้คุณเปิดอ่านให้ได้ จดหมายขยะมักจะใช้ข้อความอย่างเช่น “นี่คือคำตอบที่คุณได้ร้องขอเราไป” หรือ “ผมได้ส่งไฟล์มาแล้วตามที่ร้องขอ” ไปจนถึง “คุณได้รับอนุมัติบัตรเครดิตแล้ว” “งานรายได้งามบนอินเทอร์เน็ต” และบางครั้งหัวข้อก็อาจจะเป็นหัวข้ออื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวจดหมายขยะเลย ส่วนจดหมายขยะส่วนที่ส่งมาผ่านทางช่องทางที่คุณสมัคร มักจะไม่อาศัยข้อความในลักษณะเชิญชวน แต่จะเป็นข้อความที่เกี่ยวพันกับเอกสารตามปกติ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถแยกแยกจดหมายขยะที่ถูกส่งมาจากช่องทางที่ถูกกฏหมาย กับจดหมายขยะที่ลักลอบส่ง หรือมีลักษณะไม่ชอบมาพากลได้ในระดับหนึ่ง


จะทำอย่างไรเมื่อได้รับจดหมายขยะ?
เมื่อได้รับจดหมายขยะ หรือสงสัยว่าเป็นจดหมายขยะ สิ่งที่คุณควรจะระลึกปฏิบัติไว้มีดังนี้ครับ


1. อย่าเปิดอ่าน นี่เป็นสิ่งแรกที่คุณจะต้องไม่ปฏิบัติ ทั้งนี้เพราะจดหมายขยะมักจะมาในรูปของ HTML ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังไซต์ของผู้ส่งจดหมายขยะ และส่งข้อความตอบรับอย่างอัตโนมัติกลับไป เป็นการยืนยันว่าอีเมล์ของคุณนั้นมีอยู่จริง แต่สำหรับหลายๆท่าน อาจจะบ่นกลับมาว่า “อ้าว... ถ้าไม่เปิดอ่านแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นจดหมายขยะ” วิธีการคือดังนี้ครับ คุณจะ “ต้องไม่เปิดอ่าน” โดยอาศัยโปรแกรมอ่านอีเมล์ที่ถูกกำหนดให้แสดงเอกสารในรูปแบบ HTML ได้ นั่นคือ หากคุณไม่ชอบที่จะใช้โปรแกรมอีเมล์แบบเก่าๆ ที่เปิดอ่านได้เฉพาะข้อความแบบ text คุณก็อาจจะต้องปิดการทำงานในการแสดงผลของโปรแกรมอีเมล์ในรูปของ HTML เสีย อนึ่ง หากคุณใช้โปรแกรมกรองอีเมล์ที่ผมจะได้กล่าวต่อไป โปรแกรมเหล่านั้นมักจะมีขีดความสามารถในการแสดงข้อความโดยไม่มีการจัดรูปตาม HTML ซึ่งจะทำให้ปิดโอกาสที่อีเมล์จะส่งคำยืนยันกลับไปยังต้นทางได้

2. อย่ากดลิงค์ใดๆ ไปยังไซต์ปลายทาง โดยเฉพาะในช่อง “ยกเลิกการรับอีเมล์” ทั้งนี้เพราะจดหมายขยะจำนวนหนึ่ง ใช้จุดเชื่อมต่อดังกล่าวในการยืนยันว่าอีเมล์แอดเดรสของคุณนั้นใช้งานได้ การเข้าไปยังจุดเชื่อมต่อดังกล่าว เท่ากับว่าเป็นกระกาศตัวคุณให้กับจดหมายขยะอีกจำนวนมากที่จะส่งมายังคุณในอนาคต

3. อย่าส่งจดหมายต่อว่า ด่าทอ หรือขอร้องใดๆ ให้เลิกส่งจดหมายขยะมายังคุณอีก ทั้งนี้ด้วยเหตุผลก็คือ เมล์ของคุณอาจจะไม่มีวันได้ถึงปลายทางที่แท้จริง (ถ้าโชคดีไปถึงผู้รับปลายทาง ก็จงแอ่นอกรับจดหมายขยะอีกจำนวนมากที่จะติดตามมา) และที่แย่ไปกว่านั้น ชื่ออีเมล์ผู้ส่งอาจจะเป็นอีเมล์ของบุคคลจริงๆ แต่มิได้เกี่ยวพันใดๆ กับจดหมายฉบับนั้น ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยเหตุผลที่ผมได้กล่าวมาแล้วถึงช่องโหว่ของระบบรับส่งจดหมายอิเลคทรอนิคส์เอง
สิ่งที่คุณจะทำกับจดหมายขยะก็คือ ลบทิ้งไป ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพราะจดหมายขยะโดยทั่วไปมักจะไม่สามารถสาวไปถึงต้นตอได้โดยง่าย ยกเว้นแต่ถ้าเป็นจดหมายขยะที่ออกมาโดยไซต์ที่คุณเห็นแล้วว่าน่าเชื่อถือได้จริงๆ คุณจึงค่อยทำการยกเลิกการใช้บริการ (ที่คุณอาจจะเผลอเรอลืมยกเลิก เวลาที่คุณสมัครสมาชิกในเว็ปไซต์ใดเว็ปไซต์หนึ่ง)

4. แยกอีเมล์ที่คุณติดต่อกับบุคคลทั่วไป กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคุณโดยตรงไว้คนละตัวกัน ในการสมัครสมาชิกใดๆ บนอินเทอร์เน็ต ในการใช้งานเว็ปบอร์ดใดๆ ไปจนถึงการติดต่อทั่วไปโดยอาศัยระบบแช็ท ไอซีคิว และอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ต คุณควรจะใช้อีเมล์ที่คุณไปสมัครฟรีจากเว็ปไซตืฟรีทั่วไป ทั้งนี้เพื่อถ้าอีเมล์ดังกล่าวโดนใช้เป็นช่องทางรับจดหมายขยะ คุณจะได้ไปบอกเลิกใช้บริการและหันไปใช้อีเมล์ใหม่แทนได้โดยสะดวก เก็บอีเมล์ที่คุณใช้ติดต่องานของบริษํทของคุณไว้สำหรับใช้เป็นการภายในบริษัท หรือกับลูกค้าที่เชื่อถือได้ของคุณเท่านั้น


5. อย่าประกาศชื่ออีเมล์แอดเดรสของคุณในเว็ปไซต์ใดๆ อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เพราะอาจจะถูกโปรแกรมค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ทำการกว้านตัวอีเมล์แอดเดรสอัตโนมัติ ซึ่งอีเมล์เหล่านี้จะถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ต้องการส่งจดหมายขยะมาถึงคุณ
ถ้าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องลงอีเมล์แอดเดรสไว้ คุณอาจจะเขียนอย่างเช่น chanaDELETEHETE@company.co.th ทั้งนี้เพื่อผู้อ่านจะได้รับทราบว่าจะต้องลบคำว่า DELETEHERE ออกไปจึงจะใช้งานได้ และเพื่อโปรแกรมกว้านอีเมล์แอดเดรสจะได้อีเมล์ที่ผิดไป และจะได้ไม่มีจดหมายขยะมาถึงคุณจากช่องทางดังกล่าว

6.ใช้โปรแกรมกรองอีเมล์ ในกรณีที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงจดหมายขยะได้ ผมแนะนำอย่างยิ่งที่จะติดตั้งโปรแกรมกรองอีเมล์ ซึ่งหลายโปรแกรมนั้นแจกจ่ายฟรีบนอินเทอร์เน็ต โปรแกรมฟรีตัวหนึ่งที่ผมแนะนำก็คือ MailWasher ที่จะสามารถเทียบอีเมล๋ที่มากับระบบฐานข้อมูลในอินเทอร์เน็ต และกรองจดหมายขยะออกได้ในจำนวนหนึ่ง และคุณอาจจะตรวจสอบอีเมล์ขยะด้วยตนเอง และกรองออกได้ในอีกระดับหนึ่ง (คุณสามารถกำหนดไม่ให้รับจดหมายจากอีเมล์ดังกล่าวต่อไป หรือจากไซต์นั้นๆ ต่อไป)
ผมหวังว่า คำแนะนำที่ผมได้กล่าวมานี้ คงจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย ในยุคที่นักโฆษณาชวนเชื่อ พยายามใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ตในการขายสินค้า และบริการ เราๆ ท่านๆ ในฐานะผู้ใช้อินเทอร์เน็ต คงต้องเรียนรู้ที่จะหาทางป้องกันตนเองและรักษาสิทธิส่วนบุคคล ปัญหาจดหมายขยะเป็นปัญหาในระดับนานาชาติ ที่การป้องกันโดยการใช้กฏหมายภายในประเทศก็ยังไม่เพียงพอที่จะกำจัดให้หมดสิ้นไปได้ แต่อย่างน้อน ผมหวังว่าในอนาคตอันใกล้ คงจะได้เห็นการตื่นตัวจากภาครัฐ ในการควบคุมการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต และอย่างน้อยที่สุด ช่วยกำจัดจดหมายขยะที่ออกโดยคนไทยด้วยกันให้ลดน้อยหมดสิ้นไปเสียที

 
 

แก้ไขล่าสุด (วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2010 เวลา 11:20 น.)

 
ลงทะเบียนเป็นสมาชิกเว็บนี้ เพื่อรับข่าวสารดีๆจากเรา

 

มานาประจำวัน เฝ้าเดี่ยวกับพระเจ้า บทความดีๆ คำเทศนา
ไทยคริสเตียน ศูนย์รวมเว็บศาสนาคริสต์

 

ข่าวอัพเดทใหม่วันนี้.. Latest News














คำพยานชีวิต ผู้ที่ได้สัมผัสกับพระคุณพระเจ้า
Polls Zone
คุณอยากให้ประเทศไทยได้รับการแก้ไขปัญหาในด้านใดมากที่สุดจากพระเจ้า ?