ธรรมชีวิต 1-9 กรกฎาคม 2012‏

1 กรกฎาคม 2012

“ฤดูกาลของชีวิต”

ใจของมนุษย์กะแผนงานทางของเขา แต่พระเจ้าทรงนำย่างเท้าของเขา

สุภาษิต 16 : 9

ชีวิตของดิฉันมีอะไรทำน้อยลง ไม่ใช่เป็นเพราะบริษัทของตนเองปิดตัวลง แต่ลูกชายกำลังจะเข้าโรงเรียนอนุบาลหลังจากที่เป็นแม่บ้านมานานถึงสิบปี ในที่สุดลูกๆ ทั้งสี่คนก็จะไปอยู่ที่โรงเรียนตลอดทั้งวัน

ดิฉันมีแผนหลายอย่าง หลายปีก่อนหน้านี้พระเจ้าทรงเรียกให้ดิฉันเป็นครู หลังจากได้ใช้เวลาอยู่บ้านกับลูกๆ จนพวกเขาเข้าโรงเรียนแล้ว ดิฉันก็จะไปสอนพิเศษสักสองสามปีและหลังจากนั้นหากพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ดิฉันก็จะสอนเต็มเวลา

แต่ดิฉันหวาดกลัว สงสัยในความสามารถของตนเองและวิตกเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในครอบครัวทำไมดิฉันจึงหวาดหวั่นและเศร้าใจ ถ้าหากพระเจ้าทรงเรียกดิฉัน ทำไมดิฉันจึงไม่มั่นใจ

เมื่อปรึกษาสามีเกี่ยวกับความกลัวทั้งหลายที่เกิดขึ้นเขากล่าวเรียบๆ ว่า “ถ้าพระเจ้าทรงเรียกคุณให้ทำงานนี้ พระองค์ก็จะประทานพละกำลังตามที่คุณต้องการด้วยเช่นกัน”

ดิฉันตระหนักว่าในชีวิตของดิฉันถ้าพระเจ้าทรงเรียกให้ไปยังสถานที่ใด พระองค์จะทรง ชี้แนะและค้ำจุนดิฉันด้วยตลอดฤดูกาลของชีวิต พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย ความรักของพระเจ้ามั่นคงไม่เสื่อมคลาย

ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับสถานที่ที่ข้าพระองค์อยู่ ณ ปัจจุบันนี้ และที่ที่ข้าพระองค์จะไปในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป โปรดช่วยให้ข้าพระองค์พึ่งพาความเข้าใจอันถ่องแท้สมบูรณ์ของพระองค์ตลอดทุกฤดูกาลของชีวิต ในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

2 กรกฎาคม 2012

“ศูนย์กลางของชีวิต”

ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ยังทรงเป็นพระบิดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นดินเหนียว และพระองค์ทรงเป็นช่างปั้น ข้าพระองค์ทุกคนเป็นผลพระหัตถกิจของพระองค์

อิสยาห์ 64 : 8

เมื่อเร็วๆ นี้ ดิฉันได้เรียนเกี่ยวกับการปั้นดินเผามันเป็นชั้นเรียนที่สนุกสนาน แต่บางครั้งดิฉันก็ทำได้ช้ามาก บทเรียนหนึ่งๆ นั้นดิฉันจะเรียนในวันแรก แล้วก็ทำซ้ำๆ กัน เกือบจะทุกวันต่อๆ มา ไม่มีงานใดจะสำเร็จลงได้จนกว่าจะตั้งดินเหนียวไว้ตรงกลางของแป้นหมุนก่อนที่จะเริ่มทำการปั้น ถ้วยและชามที่ดูเหมือนจะเสร็จแล้วกลับยุบลง ถ้าก้อนดินเหนียวนั้นอยู่ไม่ตรงจุดศูนย์กลาง ดิฉันพบว่า เมื่อแป้นเริ่มหมุนดิฉันต้องใช้สมาธิและพลังทั้งหมดที่มีเพื่อจับก้อนดินเหนียวไว้ในมืออย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะ “รู้สึก” ถึงจุดศูนย์กลางของแป้นหมุนให้ได้ ปกติดิฉันมักจะหลับตาเพราะสิ่งที่มองเห็นว่าเป็นศูนย์กลางนั้นอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เมื่อดิฉันพบจุดศูนย์กลางแล้วจึงจะสามารถปั้นดินเหนียวให้เป็นสิ่งต่างๆ ที่มีประโยชน์และสวยงามได้

มันไม่ยากเลยที่จะพบความคล้ายคลึงกันระหว่างการเรียนปั้นกับสัมพันธภาพกับพระเจ้า ถ้าดิฉันพยายามให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางของชีวิตด้วยความเต็มใจ ชีวิตของดิฉันก็อาจจะเป็นประโยชน์และสะท้อนถึงความรักอันงดงามขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยให้ข้าพระองค์ตั้งมั่นอยู่ ณ ศูนย์กลางของพระองค์ทั้งในวันนี้และตลอดไป โปรดปั้นข้าพระองค์เพื่องานรับใช้ของพระองค์ และให้ข้าพระองค์เป็นภาชนะแห่งพระวิญญาณของพระองค์ ทูลอธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

3 กรกฎาคม 2012

“พระพักตร์ของพระเจ้า”

ยาโคบตอบว่า “มิได้ ข้าพเจ้าขอที ถ้าข้าพเจ้าถูกใจท่านแล้ว ขอรับของกำนัลนั้นจากมือข้าพเจ้า เพราะแท้จริงเมื่อข้าพเจ้าเห็นหน้าท่านก็เหมือนเห็นพระพักตร์ของพระเจ้าเพราะท่านต้อนรับข้าพเจ้าอย่างดี”

ปฐมกาล 33 : 10

วันนั้นดิฉันจำได้ว่า เงินของตัวเองหายเกลี้ยงในขณะที่ดิฉันกำลังเดินทางไปร่วมงานเสวนาเกี่ยวกับหนังสือ จึงหวังว่าจะขายหนังสือได้หลังจากงานนั้นเงินที่ดิฉันเก็บไว้เพื่อเป็นเงินทอนหายไปหมด เจ้าหัวขโมยต้องเป็นลูกชายแน่ๆ ดิฉันโกรธมากและดูเหมือนเขาก็รู้ตัวด้วย

ลูกชายสารภาพว่าเขาเอาเงินไป เขาเสียใจแต่บอกว่า เขาจำเป็นต้องใช้เงินนั้นและคิดว่าดิฉันคงไม่ว่าอะไร เขากล่าวอีกว่าเขาตั้งใจจะคืนให้ก่อนที่ดิฉันจะรู้ว่ามันหายไป ดิฉันผิดหวังกับการกระทำของลูกชาย เขารู้ว่าการขโมยเงินนั้นเป็นความผิด  ดิฉันจะอภัยให้กับการขโมยของเขาได้อย่างไร และแล้วดิฉันก็คิดถึงเรื่องของเอซาว ยาโคบผู้เป็นน้องชายได้ขโมยสิทธิบุตรหัวปีไปจากเขา (ปฐมกาล 27) ดิฉันแน่ใจว่ายาโคบคงจะคิดว่าเอซาวคงไม่มีวันอภัยให้เขาได้ แต่เอซาวทำได้ การยกโทษทำให้ชีวิตของเอซาวมีความสุข และทำให้เขาสามารถต้อนรับน้องชายในแบบที่ทำให้ยาโคบรู้สึกราวกับว่าเขากำลังมองเห็นพระพักตร์ของพระเจ้า

ดิฉันอธิษฐานเผื่อตนเองและลูกชายทุกวัน แม้จะอภัยให้เขาแล้วก็ตาม แต่ดิฉันยังไม่สามารถที่จะพูดคุยกับเขาด้วยการยอมรับอย่างแท้จริงที่ทำให้เขามองเห็น “พระพักตร์ของพระเจ้า” ที่อยู่ในตัวดิฉันได้ อย่างไรก็ดี ดิฉันเชื่อมั่นว่าวันหนึ่งดิฉันจะทำได้ แล้วคุณล่ะ คุณเคยยกโทษให้ใครบางคนและรับรู้ถึงความปีติยินดีที่พวกเขาแสดงออกว่าได้เห็นพระพักตร์ของพระเจ้าที่ปรากฏอยู่ในตัวของคุณบ้างหรือไม่

ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ต้องการจะเป็นผู้ที่ให้อภัยได้เหมือนเช่นเอซาว เพื่อว่าข้าพระองค์จะได้รับพระพรเหมือนยาโคบและมองเห็นพระพักตร์ของพระองค์ ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน


4 กรกฎาคม 2012

“เลือกสิ่งดี”

พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า “จงยืนที่ถนนและมองให้ดีและถามหาทางโบราณนั้นว่า ทางดีอยู่ที่ไหน แล้วจงเดินในทางนั้นและให้จิตใจของท่านได้ความสงบ”

เยเรมีย์ 6:16

ดิฉันต้องตัดสินใจ ข้อดีและข้อด้อยของทางเลือกแต่ละอย่างก็หนักแน่นเท่า ๆ กัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการตัดสินใจของเราเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า “เราควรจะเลือกอย่างระมัดระวัง เพราะว่าการตัดสินใจทุกครั้งจะมีผลตามมาทั้งดีและเลว”  ดิฉันคิดถึงการตัดสินใจที่ผ่านมาในอดีต บางอย่างดิฉันกระทำไปอย่างรวดเร็วและมีหลายครั้งที่ทำตามใจของตนเองอย่างปราศจากการทรงนำของพระเจ้า ผลที่ตามมานั้นเลวร้ายมากและดิฉันต้องพยายามแก้ไขเท่าที่สามารถจะทำได้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ดิฉันจึงอธิษฐานเกี่ยวกับทางเลือกที่กำลังเผชิญอยู่ แล้วดิฉันก็รอด้วยความเชื่อให้พระเจ้าทรงนำทางในการเลือกที่ถูกต้อง อีกทั้งรู้ว่าอาจจะไม่ได้รับคำตอบในทันทีทันใดแม้ว่าการตัดสินใจจะต้องประสบกับความยุ่งยากแต่เราวางใจว่าพระเจ้าจะทรงส่องสว่างแก่ทางชีวิตของเรา พระวจนะของพระเจ้าจะนำเรา “เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์และเป็นความสว่างแก่มรคาของข้าพระองค์” (สดุดี 119:105) เราเลือกทางที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยแสงสว่างที่เรามี ด้วยรู้ว่าไม่ว่าจะเป็นทางใดก็ตาม พระเจ้าจะทรงสถิตอยู่ด้วยเสมอ

ข้าแต่พระเจ้าพระผู้ทรงเป็นผู้เลี้ยง โปรดสดับฟังอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงเป็นผู้นำแล้วข้าพระองค์ให้เดินไปตามทางชอบธรรม อธิษฐานในนามแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน


5 กรกฎาคม 2012

“มองเห็นพระเจ้า”

พระเยซูจึงตรัสแก่บิดานั้นว่า “...ใครเชื่อก็ทำให้ได้ทุกสิ่ง” ในทันใดนั้น บิดาของเด็กก็ร้องทูลว่า “ข้าพเจ้าเชื่อ ที่ข้าพเจ้ายังขาดความเชื่อนั้น ขอโปรดช่วยให้เชื่อเถิด”

มาระโก 9:23-24

ทั้ง ๆ ที่โธมัสใกล้ชิดกับพระเยซูแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะเชื่อว่าพระเยซูผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนกางเขนยังทรงพระชนม์อยู่อย่างที่สาวกคนอื่น ๆ มองเห็น โธมัสบอกว่าถ้าได้สัมผัสรอยตะปูที่พระหัตถ์และบาดแผลที่สีข้างของพระองค์ก่อนแล้วเขาจึงจะเชื่อ

บางครั้งผมเองก็สงสัย ความเชื่อของผมถูกทับถมไว้ด้วยภาระหนักแห่งความวิตกกังวลเกี่ยวกับครอบครัว การงาน สุขภาพ เพื่อนฝูงและเรื่องต่าง ๆ ในโลกนี้ ผมพบว่าตนเองเป็นเหมือนกับโธมัสที่มองหาข้อพิสูจน์ว่าพระเจ้าทรงอยู่ที่นี่พร้อมจะสนับสนุนความเชื่อของผม

จดหมายฝากในพระธรรม 1 ยอห์นนั้นบอกเราว่าที่ไหนมีความรักที่นั่นมีพระเจ้า แท้จริงแล้วเราทั้งหลายอ่านพบว่าพระเจ้าเป็นความรัก เมื่อผมอ่อนล้ากับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตและเริ่มสงสัยพระเจ้า ผมจะมองหาสิ่งต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงทรงสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า ในการแสดงออกถึงความรักถ้อยคำที่อ่อนโยน ของประทานที่แสดงถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่และการช่วยเหลือต่าง ๆ เราจะเห็นว่าพระเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่และทรงกระทำพระราชกิจอยู่ทุกหนแห่งรอบตัวเรา

ข้าแต่พระเป็นเจ้า ยามที่ความเชื่อของข้าพระองค์แกว่งไกว โปรดเตือนให้ข้าพระองค์ระลึกว่าตราบใดที่ข้าพระองค์มองเห็นความรัก ข้าพระองค์ก็มองเห็นพระองค์ ทูลในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

6 กรกฎาคม 2012

“สิ้นสุด”

จงนิ่งเสียและรู้เถอะว่า เราคือพระเจ้า

สดุดี 46:10

ดิฉันป่วยเป็นเวลานานหลายวันในช่วงอากาศหนาว ดิฉันเคยท้อแท้หวาดกลัว รำคาญ และรู้สึกอ่อนเพลีย   แต่แล้ววันหนึ่งอากาศก็อุ่นขึ้น ลมก็สงบลง และดวงอาทิตย์เริ่มส่องแสงอีกครั้ง ดิฉันถือหนังสือเฝ้าเดี่ยวที่เป็นข้อเตือนใจสำหรับตัวเองมาตลอดช่วงนั้นและคว้าผ้าห่มพร้อมกับเสื่อไปที่สนามหลังบ้าน นั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อนและเปิดหนังสือออก ประโยคแรกที่อ่านก็คือ “จงนิ่งเสียและรู้เถอะว่าเราคือพระเจ้า” ดิฉันรู้ว่าประโยคนี้เขียนไว้เพื่อดิฉันโดยเฉพาะ ดิฉันหลับตาลงและทำใจให้สงบ พักผ่อนอยู่ในความนิ่งเงียบและปล่อยใจให้รู้สึกถึงการประทับอยู่ด้วยของพระเจ้าผู้ทรงนำดิฉันให้ผ่านพ้นความหนาวเย็นอันทารุณมาได้

ผ้าห่มกลายเป็นการโอบกอดของพระเจ้า อ้อมพระหัตถ์ที่ยึดมั่นและรักษาดิฉันให้หายจากความเจ็บปวดของโรคร้ายความรักของพระเจ้าโอบล้อมดิฉันไว้อย่างอบอุ่น ดิฉันสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด สัมผัสแห่งแสงอาทิตย์กลายเป็นความรักอันมั่นคงของพระเจ้า สายลมอ่อน ๆ ระงับความเดียวดายเสีย แสงสว่างแห่งการรักษาของพระเจ้าหลั่งไหลสู่ร่างกาย จิตวิญญาณและความคิดของดิฉัน ความมืดแห่งฤดูหนาวและโรคภัยไข้เจ็บดูเหมือนจะเลือนหายไป ความรู้สึกกลับมีชีวิตเริ่มต้นฟื้นคืนมา ดิฉันไม่ได้อยู่ตามลำพัง และเมื่อตระหนักได้เช่นนั้นดิฉันก็รู้ว่าไม่เคยอยู่เดียวดาย

ข้าแต่พระเจ้า พระองค์คือผู้ที่ข้าพระองค์รัก ผู้ทรงทำการรักษาเยียวยาทั้งกายและจิตวิญญาณของข้าพระองค์ ขอบพระคุณในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

7 กรกฎาคม 2012

“การทรงสำแดงของพระเจ้า”

...พวกเจ้าทั้งหลายมาหาพระเยซูชาวนาซาเร็ธซึ่งต้องตรึงไว้ที่กางเขน พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว หาได้ประทับที่นี่ไม่...จงไปบอกพวกสาวกของพระองค์

มาระโก 16:6-7

เมื่อเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขากับพระเยซูพระองค์ทรงจำแลงพระกายต่อหน้าต่อตาพวกเขา พวกเขาได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าตรัสว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา จงเชื่อฟังท่านเถิด” ประโยคนี้กล่าวภายหลังจากที่เปโตร ประกาศว่า “พระองค์ทรงเป็นพระเมสสิยาห์” (8:29)

ในคืนที่พระองค์ถูกจับ พระเยซูทรงเรียกเปโตร ยากอบและยอห์นให้ไปเป็นเพื่อนพระองค์อีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อพระองค์ถูกจับพวกสาวกต่างพากันหนีเอาตัวรอด มีบ่อยครั้งเพียงใดที่เรามีโอกาสได้ประสบกับพระสิริของพระเจ้าในชีวิต แต่กลับหวาดผวาขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวและการทดลอง

เพื่อนบางคนของดิฉันเพิ่งจะกลับจากการไปภูเขาอธิษฐานช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นประสบการณ์อันยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขานับตั้งแต่ได้เข้าร่วมการอธิษฐานที่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจครั้งนั้นแล้ว มีหลายครั้งในแต่ละปีที่ดิฉันลืมและอาจจะถึงกับปฏิเสธพระคริสต์ด้วยการละทิ้งพระองค์

ทั้ง ๆ ที่พวกสาวกไม่อาจจะอยู่กับพระเยซู แต่ข่าวอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับก็คือ พระเจ้าทรงสำแดงให้พวกเขาเห็นถึงพระสิริของพระองค์เสมอมา “ชายหนุ่ม” ในชุดขาวประกาศว่าพระเยซูทรงเป็นขึ้นมาและดำเนินไปล่วงหน้าแล้ว แต่พระสิริและพระคุณของพระเจ้ายังคงฉายแสงส่องต่อหน้ามนุษย์ที่เต็มไปด้วยความบกพร่องเมื่อจะรักษา คืนดี และสร้างใหม่

ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงเมตตา โปรดยกโทษข้าพระองค์ที่ไม่สามารถจะดำเนินชีวิตตามอย่างผู้ที่เป็นพยานถึงพระสิริของพระองค์ ขอทรงทำให้ข้าพระองค์มองเห็นของประทานอันยิ่งใหญ่แห่งความรักและพระคุณของพระองค์ ทูลขอในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

8 กรกฎาคม 2012

“ใจใหม่”

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์และฟื้นน้ำใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์

สดุดี 51:10

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับพระพรให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมมิชชันนารีด้านทันตแพทย์ที่ทำงานกับชนเผ่ากะเหรี่ยงในหมู่บ้านอันห่างไกล สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจก็คือ คนส่วนใหญ่ดูมีความสุขแม้ว่าพวกเขาจะมีทรัพย์สมบัติเพียงน้อยนิดก็ตาม แต่พวกเขากลับร่ำรวยความรักและมีครอบครัวที่มั่นคง มีใจสุภาพและอ่อนโยน มีความรักผืนแผ่นดินและสำนึกว่าพระเจ้าทรงประทับอยู่ใกล้เสมอ

ในระหว่างการเดินทางไปทำงานเป็นครั้งแรก พระเจ้าทรงกระทำพระราชกิจอันยิ่งใหญ่ในตัวผม พระองค์ทรงสร้างใจใหม่และนำผมเข้ามาสู่สัมพันธภาพกับพระเจ้า นับตั้งแต่นั้นผมก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใจของผมสงบและหนักแน่นขึ้น ผมมองเห็นพระเจ้าทรงกระทำราชกิจเช่นเดียวนกับสมาชิกคนอื่นในกลุ่มด้วย

ชีวิตฝ่ายวิญญาณของผมว่างเปล่าก่อนที่จะร่วมการเดินทางเหล่านั้น แต่เมื่อผมรับใช้ผู้อื่นในนามขององค์พระคริสต์พระเจ้าก็ทรงสร้างชีวิตใหม่ให้แก่ผม ทุกครั้งที่เดินทางกลับผมจะได้รับมากกว่าก็ได้ให้ไป และชีวิตของผมก็เปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยให้ผู้ที่กำลังสับสนอยู่ในความเชื่อได้เข้ามาหาพระองค์ ขอทรงเปิดตาของเขา สร้างใจใหม่และเติมพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่พวกเขา ทูลขอในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

9 กรกฎาคม 2012

“ความเชื่อแบบของฉัน”

ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังมิได้เห็นนั้นมีจริง

ฮีบรู 11:1

เมื่อก่อน ทุกครั้งที่ดิฉันเขียนจดหมายถึงเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศแล้วส่งทางไปรษณีย์ มันเป็นสิ่งที่ดิฉันต้องวางใจเพราะไม่สามารถจะไปส่งจดหมายยังเมือง ยังประเทศ หรือทวีปต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ ดังนั้นจึงต้องพึ่งบริการไปรษณีย์ ดิฉันต้องทิ้งจดหมายลงไปในตู้ที่มีจดหมายฉบับอื่น ๆ รออยู่ก่อนแล้วและวางใจว่าบริการไปรษณีย์จะนำจดหมายของดิฉันไปส่งยังจุดหมายปลายทาง ความวางใจในระบบไปรษณีย์นี้ทำให้ดิฉันเชื่อมั่นว่าจดหมายจะถูกส่งไปถึงมือผู้รับ แม้ว่าไม่อาจจะมองเห็นขบวนการต่าง ๆ ด้วยตาของตนเองก็ตาม

เช่นเดียวกัน เมื่อใดที่เราเผชิญกับปัญหา ความเชื่อที่เรามีต่อพระเจ้าจะช่วยเราได้ ถ้าปัญหาดูเหมือนยากเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ เราสามารถทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า จงปล่อยให้สถานการณ์อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าและวางใจว่าพระองค์จะแก้ปัญหาให้เรา แม้เราจะมองไม่เห็นว่าพระเจ้าทรงกระทำสิ่งใดอยู่ก็ตาม แต่ความเชื่อของเราคือ “ความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้” คือความมั่นใจว่าพระราชกิจของพระเจ้าจะสำเร็จ

ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงเที่ยงธรรม โปรดช่วยข้าพระองค์ให้ยอมมอบปัญหาทุกอย่างไว้กับพระองค์ ขอทรงประทานความเชื่อที่จะวางใจในพระองค์ขณะที่ข้าพระองค์ทูลอธิษฐาว่า “ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้ ขอทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย เหตุว่าราชอำนาจฤทธิ์เดช และพระสิริเป็นของพระองค์ สืบ ๆ ไปเป็นนิตย์” อาเมน