ธรรมชีวิต 17-23 กรกฎาคม 2012‏

17 กรกฎาคม 2012

“พระเจ้าแห่งการชูใจ”

สาธุการแด่พระเจ้า พระบิดาแห่งพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา พระบิดาผู้ทรงเมตตา พระเจ้าแห่งความชูใจทุกอย่าง พระองค์ผู้ทรงชูใจเราในการทุกข์ยากทั้งสิ้นของเรา เพื่อเราจะสามารถชูใจคนเหล่านั้นที่มีความทุกข์ยากอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยความชูใจ ซึ่งตัวเราเองได้รับจากพระเจ้า

2 โครินธ์ 1 : 3 -4

ดิฉันยกย่องผู้ที่รู้ว่าควรจะกล่าวคำชูใจแก่ผู้อื่นอย่างไรเสมอ บ่อยครั้งที่พวกเขาเหล่านั้นสามารถใช้ความเศร้าโศกที่เกิดขึ้นในชีวิตและนำประสบการณ์นั้นไปหนุนใจผู้ที่กำลังเจ็บปวดได้ ดิฉันมักจะอธิฐานขอให้ตนเองทำเช่นนั้นได้บ้างแต่จะทำได้อย่างไร ดิฉันไม่เคยพบกับความเจ็บปวดแสนสาหัสใด ๆ เลยในชีวิต โดยเฉพาะความเศร้าโศกอันเลวร้ายที่หลายคนต้องเผชิญมาแล้ว แต่แล้วพระผู้เป็นเจ้าก็ได้สำแดงความจริงข้อนี้แก่ดิฉัน ดิฉันอาจจะไม่เคยเป็นมะเร็ง สูญเสียบุตรหรือถูกกระทำทารุณกรรมใด ๆ แต่ดิฉันเคยผ่านการหย่าร้างและสูญเสียบิดาและน้องชายมาแล้ว ประสบการณ์ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันมักจะเป็นการตกงาน รู้สึกกลัว รู้สึกว้าเหว่หรือเดินเข้าไปในห้องแล้วไม่รู้จักใครสักคนก็มากเกินพอแล้วที่จะใช้เป็นสิ่งที่จะชูใจผู้อื่นได้ แม้จะปราศจากถ้อยคำที่จะพูดแต่ดิฉันสามารถอยู่กับคนที่ต้องการรู้ว่าพระเจ้ายังคงห่วงใยเขา

พระเจ้าไม่ได้บอกให้เราหนุนใจแต่ในเรื่องใหญ่ ๆ แต่เพื่อชูใจผู้อื่นในทุก ๆ สิ่ง เรามีโอกาสมากมายที่หนุนใจคนเหล่านั้นในสิ่งเล็กน้อยมากกว่าในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และเราไม่จำเป็นต้องขยักการปลอบประโลมไว้แล้วแสดงความเห็นอกเห็นใจของพระเจ้าเฉพาะในยามทุกข์โศกเท่านั้น โอกาสอันเล็กน้อยทั้งหลายเกิดขึ้นทุกวันในชีวิตของทุกคนเพื่อที่จะหนุนใจผู้อื่น

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยให้ข้าพระองค์ไวต่อความรู้สึกของผู้ที่อยู่รอบตัวตัวข้าพระองค์ โปรดสำแดงให้ข้าพระองค์รู้ว่าควรจะชูใจผู้ที่เจ็บปวดได้อย่างไร ไม่ว่าสาเหตุนั้นจะคืออะไรก็ตาม อธิษฐานในนามแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

18 กรกฎาคม 2012

“เป็นพร”

...ให้ใช้ของประทานนั้นเพื่อประโยชน์แก่กันและกันเป็นผู้รับมอบฉันทะที่ดีที่แจกและสำแดงพระคุณนานาประการของพระเจ้า

1 เปโตร 4 : 10

ผมกำลังยุ่งอยู่กับการกล่าวลาสมาชิกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะลาออกจากจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ใบหน้าที่คุ้นเคยตรงมุมห้องทำให้ผมสนใจ ชายชราที่ใจดีชื่อ “ลุงแดง” นั่นเอง ลุงแดงมาร่วมกลุ่มร้องเพลงอย่างสม่ำเสมอ ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักเพลงนมัสการที่เราร้อง และบางครั้งก็ขอร้องเพลงที่เขาชอบด้วย ผมอยากรู้เกี่ยวกับอดีตของลุง แต่ก็ไม่เคยสอดรู้สอดเห็น

เมื่อผมเดินเข้าไปหาเขา ลุงจับมือผมอย่างยินดี ผมรู้ได้ว่าเขามีอะไรบางอย่างจะบอกผม “เมื่อผมยังเป็นหนุ่ม” เขาเริ่มต้นอย่างช้าๆ “พระเจ้าทรงเรียกให้ผมเป็นนักเทศน์ แต่ผมกลับมีความคิดเป็นอย่างอื่น” น้ำตาคลออยู่ที่ดวงตาของเขา “ตอนนี้ผมยังคงดำเนินชีวิตอย่างคริสเตียน แต่ก็เสียใจที่ไม่ได้รับใช้พระเจ้าอย่างที่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้ผมทำ”

ผมรออยู่สักสองสามวินาทีก่อนจะพูดอะไร “ลุงครับ มันยังไม่สายเกินไป” ผมตอบเขา “พระเจ้าสามารถใช้ลุงที่นี่ได้ คนเหล่านี้ต้องการการชี้นำและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ลุงยังคงเป็นพรสำหรับพวกเขาได้” เขาพยักหน้าและยิ้ม ผมรู้ว่าความหมายนั้นไม่ได้มีเพื่อลุงเท่านั้น พระเจ้าทรงเตือนผมด้วยว่า พันธกิจไม่ใช่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแค่บนธรรมาสน์เท่านั้น พระเจ้าทรงต้องการให้เราแต่ละคนรับใช้พระองค์ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยให้ข้าพระองค์ตอบรับการทรงเรียก โปรดสอนให้ข้าพระองค์รักและรับใช้ผู้อื่นในสังคมของข้าพระองค์และในที่อื่นๆ ด้วย ทูลอธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

19 กรกฎาคม 2012

“เมื่อทุกสิ่งล้มเหลว”

บุตรชายของเราเอ๋ย จงฟังคำสั่งสอนของพ่อเจ้าอย่างตั้งใจ เพื่อเจ้าจะได้รับความรอบรู้

สุภาษิต 4 : 1

“เมื่อทุกอย่างล้มเหลว จงอ่านคำแนะนำ” คำแนะนำนี้เป็นประโยชน์แก่ดิฉันหลายต่อหลายครั้ง บ่อยครั้งที่ดิฉันกระตือรือร้นที่จะเริ่มประกอบสิ่งใหม่โดยละเลยคำแนะนำที่กำกับไว้ เนื้อแท้แห่งความไม่อดทนของดิฉันไม่มีทางจะยอมอ่านอย่างแน่นอน แต่แล้วเมื่อทำไปได้ครึ่งทางดิฉันก็ติดขัดแล้วสงสัยว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ในที่สุดเมื่ออ่านคำแนะนำก็พบว่าตนเองข้ามขั้นตอนที่สำคัญไป

พระเจ้าทรงจัดเตรียมหนังสือแนะนำในการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อไว้ให้เราทั้งหลาย แต่ทำไมเราจึงยังคงสับสนพยายามที่จะหาข้อสรุปแห่งความไม่แน่นอนของชีวิตและความลึกลับต่างๆ ด้วยตนเอง

พระเจ้าทรงประทานสติปัญญาไว้ในพระคัมภีร์เพื่อที่จะนำทางในขณะที่เราพบกับสิ่งใหม่ๆ ทุกวัน เพราะพระองค์ทรงรักและต้องการช่วยเหลือเรา เราจะไม่ได้อะไรเลยถ้ามัวแต่คอยจนกระทั่ง “ทุกสิ่งล้มเหลว” ก่อนที่จะมุ่งมั่นในคำสั่งสอนของพระเจ้า เราจะพบความช่วยเหลือสำหรับ “สิ่งต่างๆ” ในชีวิตของเราและหลีกเลี่ยงปัญหามากมายได้ด้วยการอธิษฐาน และการอ่านพระวจนะของพระเจ้า

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงจัดเตรียมพระคัมภีร์ไว้เป็นคำสั่งสอน โปรดช่วยให้ข้าพระองค์ติดตามการทรงนำนั้นด้วยความไว้วางใจ ทูลอธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

20 กรกฎาคม 2012

“การจดจำ”

ณ ริมฝั่งลำน้ำแห่งบาบิโลนเรานั่งลง เมื่อได้ระลึกถึงศิโยน เราก็ร่ำไห้

สดุดี 137:1

นานมาแล้วตอนเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา ผมไปดูพิธีรำลึกถึงทหารผ่านศึกเวียดนามที่กรุงวอชิงตันดีซี ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวไปร่วมด้วยอย่างคับคั่ง ฝูงชนเป็นเหมือนคำสดุดีอันมีชีวิตแด่ผู้ที่เสียชีวิตในสงครามเวียดนาม มันเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเราจะระลึกถึงคนเหล่านั้นที่ยอมสละชีวิตของเขา

เรายังระลึกถึงช่วงเวลาอื่นๆ ที่ต้องประสบกับปัญหาต่างๆ และช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ดิ้นรน คนที่ผ่านช่วงเวลาของความอดยากมาแล้ว จึงจะสามารถสอนให้เรารู้ถึงคุณค่าของการเสียสละได้ คนที่ผ่านการถูกข่มเหงมาแล้วจึงจะสามารถสอนให้เรารู้ว่าควรจะปกป้องตนเองได้อย่างไร และคนที่ผ่านสงครามมาแล้วจึงจะสอนให้เรารู้ว่าสงครามนั้นเป็นอย่างไร และพร้อมที่จะสนับสนุนสันติภาพ

โดยเฉพาะคริสเตียนเองมีบางสิ่งที่ควรจดจำ มีบางคนที่ควรจะขอบคุณ ในฐานะประชากรแห่งอาณาจักรของพระเจ้า เราเป็นหนี้พระคุณขององค์พระผู้ทรงยอมสละพระชนม์ชีพเพื่อเราทั้งหลายจะได้เป็นไทจากความบาปและความตายในวันนี้และตลอดไป พระเยซูคริสต์เจ้าทรงเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ไม่ใช่เพราะพระองค์ต้องทำ แต่เพราะทรงรักเรา

ข้าแต่พระเยซูคริสต์เจ้า ขอบคุณพระองค์ที่ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะได้ชีวิต โปรดช่วยให้ข้าพระองค์ดำเนินชีวิตด้วยการสำนึกในพระคุณ เพื่อพระสง่าราศีแห่งอาณาจักรของพระองค์ ทูลอธิษฐานในนามแห่งองค์พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

21 กรกฎาคม 2012

“เผชิญปัญหา”

จงรอคอยพระเจ้า จงเข้มแข็งและให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด เออ จงรอคอยพระเจ้า

สดุดี 27:14

ตอนที่ดิฉันสอนอยู่ในวิทยาลัยพยาบาล ดิฉันพักอยู่ตึกสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เป็นโสด หลังจากที่สอนมาตลอดทั้งวัน ดิฉันก็เดินกลับไปที่ตึกเห็นโน้ตจากคุณลุงพนักงานฝ่ายบำรุงรักษาฯ บอกว่าได้ซ่อมไฟให้แล้วและขณะนี้มันเดินเป็นปกติ เขายังเขียนข้อพระคัมภีร์สดุดี 27:14 ไว้ด้วยพร้อมเซ็นชื่อไว้ข้างท้าย

ต่อมาไม่นานเมื่อดิฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่ ดิฉันหันไปอ่านพระคัมภีร์เพื่อขอรับการทรงนำและพละกำลัง ดิฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกทั้งรับการบำบัดทางเคมีถึง 52 ครั้ง ทำให้รู้ว่าพระคุณของพระเจ้าสามารถช่วยได้ ในขณะที่เปิดพระคัมภีร์อยู่นั้น ดิฉันเจอใบสั่งซ่อมที่เก็บสอดไว้ในนั้นจึงรีบอ่านพระธรรมสดุดี 27 และสันติสุขก็หลั่งเข้ามาสู่ความคิดและจิตใจ ดิฉันรู้ว่าพระเจ้าทรงใช้คุณลุงฝ่ายซ่อมบำรุงให้เป็นเหมือนทูตสวรรค์ ที่จะเตรียมดิฉันให้พร้อมสำหรับอุปสรรคครั้งนี้

เป็นเวลาแปดปีแล้วที่มะเร็งไม่ได้กลับมา ดิฉันรู้สึกอัศจรรย์กับการทำงานของพระเจ้าอยู่เสมอ ปัญหาที่เกิดขึ้นนำดิฉันให้เข้าใกล้พระองค์มากยิ่งขึ้น และยังสอนว่าแม้จะตกอยู่ในความหวาดกลัวและความท้อแท้อย่างแสนสาหัสเพียงใดพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเราตลอดเวลา ประทานความกล้าหาญและความมั่นใจแก่เราเสมอ

ข้าแต่พระเจ้าที่ข้าพระองค์ทั้งหลายรักมากที่สุด พระองค์ทรงเสด็จเคียงข้างข้าพระองค์ทุกย่างก้าวในโลกนี้โปรดให้ข้าพระองค์พึ่งในพลกำลัง ความกล้าหาญและความมั่นใจจากพระองค์อยู่เสมอ กราบทูลในนามพระเยชคริสต์เจ้า อาเมน

22 กรกฎาคม 2012

“ใช้พระวจนะผิดอย่างไร?”

...ศักดิ์ศรีของท่านถูกประหารเสียแล้ว...

2 ซามูเอล 1 : 19

เรามักจะได้ยินถ้อยคำจากพระคัมภีร์ในประโยคธรรมดาๆ ที่พูดกันอยู่ตลอดเวลา มีหลายครั้งที่คำพูดนั้นมีเพื่อทำให้ถ้อยคำของผู้พูดมีอำนาจ แม้บางครั้งการกล่าวอ้างมีเพื่อสนับสนุนความคิดที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงจากความหมายดั้งเดิมในพระคัมภีร์ ศักดิ์ศรีของท่านถูกประหารเสียแล้ว ก็เป็นตัวอย่างของคำอ้างแบบนี้ ทุกครั้งที่ผมได้ยินประโยคนี้ มันมักจะถูกใช้ไปในทางลบอันหมายถึงคนที่สูญเสียสถานภาพ ความมั่งคั่งหรือความรัก มันบ่งชี้ไปทำนองที่ว่าในที่สุดคนๆ นั้นต้องยอมทนทุกข์ต่อโชคร้ายที่เขาสมควรจะได้รับ อย่างไรก็ตาม เมื่อกษัตริย์ดาวิดร้องถ้อยคำเหล่านี้มันคือความโศกสลดที่มีต่อสหายของพระองค์คือโยนาธาน และพระบิดาของโยนาธานคือกษัตริย์ซาอูล ถ้อยคำเหล่านั้นเป็นการสดุดีถึงการกระทำของบุรุษทั้งสองพระองค์และเป็นการแสดงออกถึงความทุกข์โศกของกษัตริย์ดาวิดที่มีต่อความตายของทั้งสอง กษัตริย์ดาวิดได้ขอให้อาณาจักรยูดาห์ทั้งหมดกล่าวถ้อยคำเหล่านั้น และโศกเศร้าไปกับพระองค์ด้วยวิธีนี้เองที่โศก  นาฎกรรมแห่งการสูญเสียได้กลับกลายเป็นการสรรเสริญและการชื่นชมยินดี ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะมีความหมายยิ่งนักต่อผู้ที่รักโยนาธานและกษัตริย์ซาอูล อีกทั้งยังบ่งบอกถึงความกรุณาอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ดาวิด ทุกคนเคยประสบกับความสูญเสียมาแล้วในชีวิตการสูญเสียนั้นอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเป็นเรื่องที่สาธารณะชนรับรู้ทั่วไป การสูญเสียอาจจะอยู่ในหลายรูปแบบรวมทั้งความตายด้วย ถ้าเราประสบกับความสูญเสียจนปรารถนาที่จะกล่าวว่า “ศักดิ์ศรีของท่านถูกประหารเสียแล้ว” บางทีเราก็สมควรที่จะร่วมเศร้าโศกไปกับพวกเขาด้วย แน่นอนว่าพระเจ้าทรงห่วงใยพวกเขา และเราก็ห่วงใยเขาเช่นกัน

แต่พระเจ้า โปรดอวยพระพรและยกผู้ที่กำลังตกต่ำขึ้น ขอโปรดประทานจิตใจแห่งความเมตตากรุณาแก่ข้าพระองค์เพื่อสำแดงแก่คนอื่นๆ ทูลอธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

23 กรกฎาคม 2012

“พละกำลังใหม่”

พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ยและแก่ผู้ที่ไม่มีกำลัง

อิสยาห์ 40 : 29

ดิฉันเป็นคริสเตียนเมื่ออายุเก้าขวบ ตอนนั้นดิฉันและคุณปู่เดินทางโดยรถประจำทางเพื่อไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ดิฉันมีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับครูสอนรวีวารศึกษาสองคนคือ อ.ติ๊กและ อ.ก้อย นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ดิฉันผ่านช่วงชีวิตที่มีทั้งขึ้นและลง มีช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างดิฉันและพระเจ้าห่างเหินกันไป เดี๋ยวนี้ดิฉันเป็นผู้ใหญ่ขึ้นดิฉันตระหนักว่าเมื่อเราเสาะหาพระเจ้า พระองค์ทรงตอบและยอมรับเราเสมอ ความเชื่อของดิฉันเติบโตมั่นคงยิ่งขึ้น

บางอาทิตย์นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ดิฉันจะไปโบสถ์ โบสถ์อยู่ค่อนข้างไกลจากบ้าน และดิฉันก็ไม่มีรถใช้เป็นประจำ ดิฉันเองเป็นโรคไขข้ออักเสบและอากาศก็ไม่ช่วยทำให้สถานการณ์ของดิฉันดีขึ้น แต่เมื่อใดที่ดิฉันสามารถไปร่วมนมัสการ ฟังคำเทศนา ร้องเพลงนมัสการและอธิษฐานร่วมกับธรรมิกชน จิตวิญญาณของดิฉันก็อิ่มเอม ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณได้รับการสร้างใหม่ ดิฉันเชื่อมั่นคงในพระธรรมอิสยาห์ว่า “พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ย”

แท้จริงแล้ว ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าจะได้รับพละกำลังใหม่และได้รับพระคุณที่จะเชื่อมั่นในองค์พระผู้ทรงเรียกพวกเขาเหล่านั้น

ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงความรัก ข้าพระองค์สำนึกในพระเมตตาคุณที่ทรงค้ำจุนข้าพระองค์ในยามที่ชีวิตต้องเผชิญทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่เลวร้าย โปรดประทานกำลังให้แก่ข้าพระองค์ใหม่ทุกวัน เพื่อข้าพระองค์จะรับใช้พระองค์ทุกขณะตลอดชีวิตของข้าพระองค์ อธิษฐานในนามอันบริสุทธิ์ขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน