ธรรมชีวิต วันที่ 10-16 กรกฎาคม 2012‏

10 กรกฎาคม 2012

“ฤทธิ์เดชแห่งการยกโทษ”

ขณะนั้นเปโตรมาทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้าหากพี่น้องของข้าพระองค์จะกระทำผิดต่อข้าพระองค์เรื่อยไปข้าพระองค์ควรจะยกความผิดของเขาสักกี่ครั้ง ถึงเจ็ดครั้งหรือ” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เรามิได้ว่าเพียงเจ็ดครั้งเท่านั้นแต่เจ็ดครั้งคูณด้วยเจ็ดสิบ”

มัทธิว 18:21-22

ผมไม่เคยลืมเหตุการณ์ในเช้าวันที่ 11 กันยายน 2001 เลย ในขณะที่ผมเลิกงาน ผมได้ยินเสียงข่าวจากวิทยุว่าเครื่องบินได้ชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ที่อเมริกา ในที่สุดข่าวก็ยืนยันว่าผู้ก่อการร้ายได้ตั้งใจขับเครื่องบินสองลำชนตึกทั้งสองหลัง ต่อมาเครื่องบินอีกลำหนึ่งก็ได้ชนตึกเพนตาก็อน และลำที่สี่ได้ตกลงบริเวณชายป่าเมืองเพ็นซิลเวเนีย วันต่อ ๆ มาความรู้สึกเจ็บปวดและความสงสารเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายต่างปะปนกันจนกลายเป็นความเกลียดชัง และความรู้สึกเลวร้ายนี้เพิ่มขึ้นทุกที ในที่สุดผมรู้สึกว่าไม่อาจจะจงเกลียดจงชัง และดำรงความเป็นคนที่เปี่ยมด้วยความรักตามที่พระเจ้าทรงต้องการในเวลาเดียวกันได้ ในพระธรรมมัทธิวบทที่ 18 เปโตรทูลถามพระเยซูว่า ท่านควรจะยกโทษให้แก่ผู้ที่ทำผิดต่อท่านกี่ครั้ง ถึงเจ็ดครั้งตามกฎของฮีบรูเช่นนั้นหรือ พระเยซูตอบเปโตรว่าท่านควรจะยกโทษ “เจ็ดสิบคูณด้วยเจ็ด” ครั้ง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือมากครั้งเท่าที่คนทำผิดต่อท่านนั่นเอง เช่นเดียวกับที่พระเจ้าทรงยกโทษให้แก่เรา

ช่างเป็นคำสั่งสอนที่มีพลังยิ่งนัก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นไม่ว่าคนผิดจะเป็นใคร เราต้องยกโทษให้ ไม่มีสิ่งอื่นมากกว่านี้อีก ในขณะที่ผมพยายามทำตามคำสอนนั้น ผมได้ระลึกถึงพระคุณของพระเจ้าและการยกโทษที่มีต่อความผิดบาปของเรา

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงยกบาปผิดของข้าพระองค์ แม้ว่าข้าพระองค์ไม่สมควรจะได้รับการยกโทษนั้น โปรดช่วยให้จดจำพระดำรัสสั่งของพระบุตรของพระองค์ที่ให้ยกโทษหลายต่อหลายครั้งเท่าที่จะทำได้ ในนามพระมหาเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

11 กรกฎาคม 2012

“ศิลาที่สูงกว่า”

“...ขอทรงนำข้าพระองค์มาถึงศิลาที่สูงกว่าข้าพระองค์”

สดุดี 61:2

ดิฉันประทับใจรูปร่างของก้อนหินขนาดต่างๆ อยู่เสมอขณะที่ยังเป็นเด็กดิฉันจ้องมองรูปที่เรียกว่า “สโตนเฮนจ์”ด้วยความยำเกรง หินก้อนมหึมากองอยู่ข้างทางราวกับว่าถูกมือยักษ์จับมาวางเรียงไว้เมื่อหลายแสนปีมาแล้ว

เมื่อยังอยู่ที่บ้านเกิด ดิฉันยืนอยู่บนทุ่งหญ้าที่เราเลี้ยงวัว หินก้อนยักษ์ที่โผล่ขึ้นมาเหนือดินเป็นที่สำหรับนั่งพักได้เป็นอย่างดี มีต้นจามจุรีแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาเหนือศีรษะและต้นมะเดื่อขึ้นอยู่ต่ำลงไป ก้อนหินนี้เป็นที่อันเงียบสงบที่ดิฉันนั่งพักฝันกลางวันได้อย่างสบายใจ

เมื่อคิดถึงวัยเด็ก ดิฉันเชื่อว่าตนเองเข้าใจความรู้สึกของผู้เขียนสดุดีได้ดี ความโหยหาสถานที่ที่ปลอดภัยทำให้ท่านคิดถึงศิลาที่สูงมากพอที่จะบังพายุหรือปกป้องท่านไว้จากศัตรู เมื่อพ่อและแม่เสียชีวิต ดิฉันกลับไปยังที่ที่เคยเป็นที่พักพิงในวัยเด็กอีกครั้ง ที่นั่นดิฉันได้พบกับความทุกข์โศก และความเชื่อของดิฉันได้รับความมั่นใจในการเป็นขึ้นจากความตายขององค์พระเยซู ต่อมาเมื่อแพทย์แจ้งว่าดิฉันเป็นมะเร็ง ดิฉันตกใจแต่ไม่สิ้นหวังเพราะดิฉันพบที่ลี้ภัยในพระศิลา “ที่สูงกว่า” ดิฉันขอบพระคุณที่ไม่ว่าความต้องการของดิฉันจะเป็นอย่างไร ดิฉันสามารถพึ่งพิงในองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นศิลา ด้วยรู้ว่าพระองค์จะทรงเป็นที่ลี้ภัยสำหรับดิฉันตลอดเวลา

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณที่ทรงประทับอยู่ด้วยเสมอ ข้าพระองค์สรรเสริญความรักนิรันดร์ของพระองค์โปรดช่วยให้ข้าพระองค์น้อมรับการเชื้อเชิญของพระองค์ให้เข้าสู่ความรัก และพบพลกำลังเพื่อเสริมชีวิตของข้าพระองค์ ทูลในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

12 กรกฎาคม 2012

“ไม่เคยเดียวดาย”

ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหน ๆ ในนามของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น

มัทธิว 18:20

ผมแต่งงานกับรุ่งผู้เป็นภรรยาที่ดีและน่ารักมาถึง 35 ปี หลังจากที่เธอป่วยเป็นเวลานานในที่สุดเธอก็เสียชีวิตลง ผมรู้สึกโดดเดี่ยวและสงสัยว่าผมจะทำอย่างไรดี

ผมตัดสินใจออกไปเยี่ยมคนที่ไร้ญาติที่ผมกับรุ่งเคยไปเยี่ยมด้วยกันมานานหลายปี ผมไปเยี่ยมคนชราและคนป่วย ผมอ่านพระคัมภีร์เพื่อหนุนใจแก่ผู้ที่อ่อนแอและสร้างความมั่นใจในองค์พระเยซูคริสต์ เมื่อผมอธิษฐานร่วมกันและเผื่อคนที่ผมไปเยี่ยมเยียน ผมทำให้พวกเขารู้ว่าผมห่วงใยและพระคริสต์ก็ทรงห่วงใยพวกเขาด้วย

เมื่อผมออกไปพบคนทั้งหลาย ผมบอกพวกเขาถึงเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้ ผมเรียนรู้ว่าถ้าผมดำเนินชีวิตอยู่ในความเชื่อและออกไปเยี่ยมเยียนผู้อื่น ผมจะไม่เดียวดาย

เรามีประสบการณ์แห่งการสถิตอยู่ด้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้า ต่อเมื่อเราออกไปเยี่ยมเยียนผู้อื่นด้วยความรักของพระเจ้าผู้ทรงรักเราทั้งหลาย

ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงใช้ข้าพระองค์ให้ออกไปสัมผัสชีวิตของคนทั้งหลายด้วยความรักอันมั่นคงของพระองค์ โปรดประทานความไว้วางใจในองค์พระคริสต์ที่ทำให้ข้าพระองค์รู้ว่าข้าพระองค์จะไม่เดียวดาย ในพระนามอันบริสุทธิ์ของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

13 กรกฎาคม 2012

“พระเจ้าผู้ไม่เปลี่ยนแปลง”

...เราคือพระเจ้าไม่มีผันแปร...

มาลาคี 3:6

เมื่อขับรถไปชนบทดิฉันตกใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่บดบังทัศนียภาพเสียสิ้นและเมืองก็ได้ขยายลามเข้าไปในสถานที่ที่เคยเป็นป่ามาก่อน

การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ บ่งบอกว่าชีวิตต้องดำเนินต่อไป แม้ว่าหลายครั้งจะเป็นไปในทางที่เรายากจะยอมรับได้ก็ตาม ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มิตรสหายและเพื่อนบ้านได้ย้ายถิ่นฐาน สมาชิกในครอบครัวต่างก็อยู่แต่ในความทรงจำ ไม่ว่าจะรู้สึกสุขใจในความมั่นคงและวิถีชีวิตที่เราคุ้นเคยสักเพียงใด อิทธิพลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเราจะนำการเปลี่ยนแปลงที่สร้างปัญหามาให้เสมอ

แม้ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไป แต่เรายังมีพระสัญญาแห่งความรักอันไม่เคยเปลี่ยนแปลงของพระเจ้า พระคัมภีร์ได้มอบความเข้มแข็งและการปลอบโยนให้แก่ผู้อื่นในกาลก่อนอย่างไร เวลานี้ก็ยังเป็นอยู่ในสมัยของเราฉันนั้น เรามั่นใจที่รู้ว่าพระวจนะของพระเจ้าและพระสัญญาของพระองค์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เมื่อเราตระหนักว่าพระเจ้าทรงช่วยเหลือเราอย่างสัตย์ซื่อมั่นคงเพื่อให้เรายอมรับ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของเรา

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณที่ทรงประทับอยู่ด้วยอย่างสัตย์ซื่อมั่นคง โปรดช่วยให้ข้าพระองค์ยอมรับการเปลี่ยนแปลงและพึ่งในความรักอันเที่ยงแท้ของพระองค์ อธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

14 กรกฎาคม 2012

“เวลาของการชำระ”

เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์ เพื่อให้ประกอบการดีซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ

เอเฟซัส 2:10

เช้าวันเสาร์วันหนึ่ง คณะเจ้าหน้าที่และสมาชิกมาพบปะกันที่โบสถ์โดยนำไม้กวาด แปรงและผงทำความสะอาดมาด้วย จุดประสงค์ก็คือเพื่อที่จะทำความสะอาดคราบสกปรกที่เกาะตัวกันมานานหลายปีในห้องโถงที่ติดกับพระวิหาร เพื่อจะให้ห้องนี้เป็นที่เก็บของที่มีประโยชน์ต่าง ๆ

สิ่งที่คล้ายคลึงกันนี้น่าจะนำไปใช้ได้กับชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเรา ความคิดที่เลวร้าย ความเจ็บปวดและอคติต่างเข้ามาสู่จิตใจและความคิดของเราในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ถ้าเราเก็บไว้มันก็จะอัดแน่นอยู่ในใจและความคิดของเราจนในที่สุดก็เป็นสาเหตุทำให้เราต้องกระทำความบาปมันถึงเวลาแล้วที่เราต้องขจัดมันออกไป

ในฐานะคริสเตียนเราเชื่อว่าพระคริสต์สามารถขจัดสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสาเหตุแห่งความบาปออกไปจากชีวิตของเราได้ เหมือนที่พระองค์ทรงชำระพระวิหารด้วยการขับไล่พ่อค้าที่คดโกงออกไปจากพระนิเวศอันบริสุทธิ์ พระองค์ยังทรงชำระความผิดและฤทธิ์เดชของความบาปออกจากผู้คนที่หันมาหาพระองค์ด้วยความสำนึกผิดอย่างแท้จริง  ยอมให้พระคริสต์เข้ามาชำระสะสางเพื่อจะมีที่ว่างสำหรับการกระทำดี ที่พระเจ้าทรงมีพระประสงค์จะสำแดงในชีวิตและความคิดของเรา เราสามารถเข้ามาหาพระองค์ด้วยความมั่นใจว่าพระคริสต์จะทรงยกโทษ และชำระเราจากความผิดบาปทั้งมวล

ข้าแต่ “พระเมษโปดกของพระเจ้าผู้ทรงรับความผิดบาปของโลก” (ยอห์น 1:29) โปรดยกโทษและประทานสันติให้แก่ข้าพระองค์ด้วย ในนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

 

 

15 กรกฎาคม 2012

“อุปสรรคขวางกั้น”

...จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่าน

มัทธิว 7:7

เมื่อไม่นานมานี้ดิฉันประหลาดใจที่เพื่อนบอกว่า เขากดกริ่งประตูบ้านของดิฉันแต่ไม่มีใครมาเปิดประตู เราจึงทดสอบกดกริ่งนั้นดู มันเอาแน่ไม่ได้เลย บางครั้งก็ดัง บางครั้งก็ไม่ดัง เมื่อเราแกะออกดูก็พบว่ามีมดสองตัววิ่งไปมาอยู่ในนั้นนี่จะเป็นสาเหตุได้หรือไม่ เมื่อเราเอามดออกแล้วติดตั้งกริ่งอีกครั้ง ไฟฟ้าก็เชื่อมต่อเป็นปกติ

ต่อมาดิฉันจึงคิดได้ว่า บางครั้งจำเป็นต้องตรวจว่าสิ่งใดเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการติดต่อกับพระเจ้า บางครั้งเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นทำให้การสนทนากับพระเจ้าด้วยการอธิฐานเป็นไปด้วยความยากลำบากแต่บ่อยครั้งที่สิ่งเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเองที่ทำให้การติดต่อกับพระเจ้าล้มเหลว เช่น การมัวแต่นึกถึงเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความรำคาญ การลืมซื้อของหากุญแจไม่พบ เป็นต้น ตอนนั้นเองที่ดิฉันต้องระลึกถึงคำแนะนำที่ว่า หากมีสิ่งใดที่ควรค่าแก่การเป็นห่วงกังวล สิ่งนั้นก็ควรค่าแก่การอธิฐานเผื่อ แม้มันจะเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม เมื่อดิฉันตระหนักว่าอุปสรรคเล็กๆ นี้สามารถก่อให้เกิดความยุ่งยากได้มากสักเพียงใด ดิฉันจะจัดการมันก่อนเพื่อทำให้การอธิษฐานและความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับพระเจ้าปลอดโปร่งขึ้น

ข้าแต่พระเจ้า โปรดช่วยให้ข้าพระองค์จัดการกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ข้าพระองค์วอกแวกจากความสัมพันธ์กับพระองค์ด้วยความเชื่อและความอดทน ในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

16 กรกฎาคม 2012

“ยึดไว้อย่างสุดกำลัง”

เราคือพระเจ้า เราได้เรียกเจ้ามาด้วยความชอบธรรม เราได้ยุดเจ้าและรักษาเจ้าไว้

อิสยาห์ 42: 6

ลูกชายและครอบครัวของเขามาเยี่ยม ดังนั้น ผมลูกชาย และหลานชายที่ชื่อวิวจึงได้ตัดสินใจไปดูการแสดงแสงสีเสียงเนื่องในวันพ่อ หลังจากหนึ่งชั่วโมงแห่งการดูไฟ พลุไฟระยิบระยับ เสียงเพลงและเสียงโห่ร้องเราก็กลับบ้าน วิวเดินจับมือผม เราเดินไปที่รถอย่างเงียบ ๆ

วิวไม่ได้บอกว่าทำไมเขาต้องการจับมือผม เขาอาจจะเหนื่อย หรือว่ากลางคืนนั้นมันมืดมิด หรือว่าผมต้องการกำลังใจจากเขา ผมไม่ทราบ แต่ผมรู้ว่าการสัมผัสของเขานั้นมีความหมายต่อผมมาก

เราสามารถยื่นมือของเราออกไปเพื่อทุบตีและทำร้ายผู้อื่นได้ เราสามารถช่วยเหลือ รักษา และโอบกอดได้ด้วยผู้เขียนบทสดุดีบอกเราว่าเราสามารถชูมือของเราเพื่อนมัสการพระเจ้าได้ ขอให้เราใช้มือเพื่อสรรเสริญพระเจ้าและเป็นพรต่อผู้ที่อยู่รอบตัว

ข้าแต่พระเจ้าโปรดทรงใช้มือของข้าพระองค์เพื่อมอบสันติ ความหวัง การปลอบโยนและความเข้าใจแก่ผู้ที่ต้องการในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน