ธรรมชีวิต วันที่ 18-24 ธันวาคม 2012

18 ธันวาคม 2012

"ถวายเกียรติจอมเจ้านาย

เพราะว่าข้าพเจ้ากำลังจะตกเป็นเครื่องบูชาอยู่แล้ว ถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะจากไป

2 ทิโมธี 4:6

เปาโลเป็นคนที่มั่นคงไม่หวั่นไหว ท่านมีความทะเยอทะยานแน่วแน่อยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งท่านได้เขียนสิ่งนั้นลงในจดหมายถึงชาวฟีลิปปีว่า “พระคริสต์จะได้ทรงรับเกียรติในร่างกายของข้าพเจ้าเสมอ แม้จะโดยชีวิตหรือโดยความตาย” (1:20)

ไม่ว่าเปาโลจะต้องทนทุกข์อย่างไร ไม่ว่าจะต้องประสบความยากลำบากรูปแบบไหน ท่านได้ตั้งมั่นไว้ว่าชีวิตของท่านจะต้องยกย่องพระเยซูคริสต์ ท่านยึดมั่นกับความตั้งใจนั้นโดยไม่ท้อถอย แม้จะต้องเผชิญภัยอันตราย ความเจ็บปวด และการถูกจองจำ เต็มใจแม้กระทั่งสละชีวิตของตนเป็นเครื่องบูชา

บางคนอาจจะมองไม่เห็นว่าพระคริสต์จะทรงได้รับเกียรติในร่างกายของเราได้อย่างไร เราอาจจะคิดว่าต้องรอให้ถึงเวลาที่ความเชื่อของเราถูกข่มเหงเท่านั้น แต่นั่นไม่เป็นความจริง

มือของเราสามารถยกย่องพระคริสต์เมื่อเราเขียนจดหมายให้กำลังใจ เท้าของเรายกย่องพระคริสต์เมื่อเราเดินไปช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เสียงของเรายกย่องพระคริสต์เมื่อเราเป็นพยานและร้องเพลงสรรเสริญ หัวใจของเรายกย่องพระคริสต์เมื่อเราอธิษฐานด้วยความรักต่อพระผู้ไถ่ หูของเรายกย่องพระคริสต์เมื่อเราฟังคำเทศนาถึงพระคุณของพระองค์ด้วยใจกตัญญู  ถ้าเรารู้จักพระเยซู เราสามารถยกชูพระองค์ขึ้นให้ผู้อื่นเห็นได้ใชีวิตประจำวันของเรา

ข้าแต่พระเจ้า พระเกียรติทั้งสิ้นเป็นของพระองค์ ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

19 ธันวาคม 2012

“ผู้ร่วมงาน”

เพราะว่าเราทั้งหลายร่วมกันทำงานเพื่อพระเจ้า ท่านทั้งหลายเป็นไร่นาของพระเจ้า และเป็นตึกของพระองค์

1 โครินธ์ 3:9

เมื่อถึงเวลาที่โมเสสต้องเอาไม้เท้าตีกัอนหินในทะเลทราย เพื่อจะมีน้ำให้ชาวอิสราเอลผู้กระหายได้ดื่ม บทบาทของเขาเล็กน้อยมาก แค่ตีหินเท่านั้นเอง อิสราเอลคนไหนก็ทำได้ แต่ส่วนสำคัญคือสิ่งที่พระเจ้าได้กระทำได้พื้นโลก เพื่อประทานสายน้ำอันล้นเหลือ  แต่ทั้งสองทำงานร่วมกัน โมเสสทำงานต่อหน้าประชาชน พระเจ้าทรงทำงานลึกลงไปใต้พื้นโลกโมสสและพระเจ้าเป็นผู้ร่วมงานกัน ในงานที่เกิดผลมักจะมีผู้ทำงานสองส่วนเสมอคือคนงานที่ทำงานอย่างเต็มใจและพระเจ้าผู้สัตย์ซื่อ ส่วนของมนุษย์คือทำทุกอย่างตามที่พระเจ้าตรัสสั่งให้เราทำ นั่นคือ ตีหิน งานของพระเจ้าคือทำให้น้ำไหลออกมา    วันนั้นโมเสสเดินเข้าไปใกล้หินด้วยความรู้สึกกังวลใจว่าเขาอาจจะทำได้สำเร็จหรือไม่? ผมไม่คิดเช่นนั้น เขาแค่ต้องเชื่อฟังพระเจ้าเท่านั้น พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์จะทำส่วนที่เหลือ และโมเสสก็เคยเห็นการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ของพระเจ้ามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

คุณกำลังกังวลเรื่องงานที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้กับคุณวันนี้หรือเปล่า? คุณเชื่อว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณคนเดียวอย่างนั้นหรือ? แค่ตีหินเท่านั้นเองพระเจ้ากำลังทำงานอย่างลับ ๆ เพื่อให้สายน้ำไหลล้นออกมาเพื่อชาย หญิงและเด็ก ๆ ทุกคน และเมื่อน้ำแห่งชีวิตเริ่มไหลริน จงสรรเสริญพระเจ้า  ทำส่วนของคุณ และพระองค์จะทรงทำส่วนของพระองค์

ขอบพระคุณพระเจ้า ที่พระองค์ทรงเป็นหุ้นส่วนที่ดีเลิศในงานของข้าพระองค์เสมอ ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

20 ธันวาคม 2012

“เราเลือกได้”

จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน

โคโลสี 3:2

บ่ายวันหนึ่งช่วงปิดเทอม ฉันไปปีนเขาใกล้ ๆ บ้านเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขา ฉันนอนเหยียดยาวบนพื้นหญ้าเพื่อผ่อนคลาย  เมื่อหันหน้าไปด้านข้าง สายตาของฉันก็จับอยู่ที่ยอดหญ้าห่างจากหน้าฉันไปไม่กี่นิ้ว การจับจ้องระยะใกล้เช่นนี้ทำให้ฉันปวดตา และยังทำให้ทุกสิ่งที่อยู่ไกลออกไปกลายเป็นภาพมัว ๆพอฉันปรับระยะสายตาใหม่ภาพของเมืองที่อยู่ไกลกว่าก็กลับมาชัดแทน ฉันสลับสายตาให้จับอยู่ที่ใกล้ ๆ หรือที่ไกล ๆ ได้อย่างต้องการ ฉันเลือกได้

จากพระคัมภีร์ที่เราอ่านในวันนี้ เปาโลเน้นย้ำว่าสาวกของพระคริสต์ต้องจับจ้องอยู่ที่นิรันดร์กาล ท่านเขียนไว้ว่า “จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่สิ่งซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก” (คส.3L:2) เราเลือกได้ว่าเราจะจับจ้องอยู่ที่ไหน

เราอาจพ่ายแพ้ต่อความคิดที่เห็นแก่ตัวและติดอยู่กับโลก ซึ่งทำให้ทุกสิ่งที่อยู่เลยออกไปดูเลือนรางหรือเราจะมองผ่านพ้นสภาพแวดล้อมที่เปื้อนบาปนี้ไปจดจ่อยังสิ่งที่อยู่เบื้องบนที่ซึ่งพระคริสต์ประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้า และเราก็อยู่กับพระองค์ เมื่อนั้นเองที่เราจะอยู่ในตำแหน่งที่เห็นชัดว่าสิ่งใดสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา

จิตใจที่เอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบนเท่านั้นจึงจะสามารถปฏิเสธความบาปและตอบรับความชอบธรรม เราเลือกได้

ข้าแต่พระเจ้า ขอช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายที่จะมุ่งมองที่พระองค์ แทนที่ปัญหาทั้งหลายในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน


21 ธันวาคม 2012

“ของขวัญที่ถูกลืม”

เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกจนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

ยอห์น 3:16

ในวัฒนธรรมตะวันตก เทศกาลคริสตมาสเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานในการให้ของขวัญทุก ๆปีห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกจะนำเสนอรายการของขวัญล้ำค่าราคาแพง หนึ่งในนั้นคือบอลลูนมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ มันเป็นอากาศยานที่มีขนาดความสูง 230 ฟุต กว้าง 50 ฟุตและสามารถลอยอยู่ในอากาศได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงเพิ่ม  ของขวัญเช่นนั้นดูเหมือนจะเลิศหรูอลังการจนเกินไป โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรางหญ้าอันต่ำต้อยที่พระเจ้าทรงส่งของขวัญคือพระบุตรของพระองค์ลงมา หลายต่อหลายครั้งขณะที่ผู้คนต่างก็แลกเปลี่ยนของขวัญกันนั้น ของขวัญของพระเจ้ากลับถูกลืม วิธีป้องกันไม่ให้เราละเลยของขวัญจากพระเจ้าคือ การให้ของเราต้องมาจากใจ อาจเป็นการให้เพราะความรักและความสำนึกในพระคุณไม่ใช่ต่อคนที่เรารักเท่านั้น แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อพระเจ้าองค์สูงสุดผู้ประทานของดีทั้งปวง ผู้ทรงเป็นพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ของเราทั้งหลาย

แม้แต่ของขวัญชิ้นเล็กที่สุดหรือมีราคาน้อยที่สุดก็ สามารถนำเราย้อนระลึกไปถึงหมู่บ้านเบธเลเฮมที่ซึ่งพระเจ้าประทานของขวัญแห่งรักอันล้ำค่า คือพระเยซูคริสต์ พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ (ยน.3:16) ด้วยของขวัญแต่ละชิ้นที่เรารับและให้เราจะพูดจากหัวใจว่า “ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับของประทานของพระองค์ที่เหลือจะพรรณนาได้” (2 คร.9:15)

ข้าแต่พระเจ้า องค์พระบุตราทรงเป็นของขวัญที่ล้ำค่าของข้าพระองค์ทั้งหลาย ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

 


22 ธันวาคม 2012

“ของขวัญที่ไม่ได้เกะ”

เราจะทูลขอพระบิดาและพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป

ยอห์น 14:16

ลองนึกดูว่าในวันคริสตมาสจะมีเด็กสักคนไหมที่ไม่ยอมแกะห่อของขวัญที่เขาได้รับ แต่มีคนหลายล้านคนที่ทำเช่นนั้น โดยการไม่สนใจหรือปฏิเสธพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเขา ทุกคนมีของขวัญที่มีป้ายติดไว้ว่า แด่...(ชื่อของคุณ) จาก...พระเจ้า ของขวัญนี้จะแกะออกได้ด้วยการกลับใจใหม่และความเชื่อเท่านั้น

แต่พระเจ้าไม่ได้ให้ของขวัญเราเพียงชิ้นเดียว พระองค์ได้คัดเลือกของขวัญชิ้นที่สองให้เราด้วยในวันคริสตมาส เราเฉลิมฉลองของขวัญที่พระเจ้าประทานให้คือพระบุตรของพระองค์ แต่ในวันเพนเตคอส พระบิดาและพระบุตรทรงมอบของขวัญอีกชิ้นหนึ่งให้กับผู้เชื่อ นั่นคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ยน. 14:16;16:7)

ทีนี้ลองนึกภาพของเด็กที่แกะของขวัญคริสตมาสเพียงชิ้นเดียวและปล่อยของขวัญชิ้นอื่นไว้ วันนี้พระวิญญาณบริสุทธิ์ดำรงอยู่ภายในผู้เชื่อทุกคนแต่สิ่งที่พระองค์ทรงมอบแก่เราแล้วนั้น เรายังไม่ได้นำมา ใช้อย่างเต็มที่ ถ้าเราทูลขอ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงนำเราให้เข้าใจพระคำของพระเจ้าดียิ่งขึ้น จะทรงทำให้เราเห็นใจในความห่วงใยของพระเจ้าและฤทธิ์อำนาจของพระองค์และจะทรงเปลี่ยนแปลงเราให้เป็นเหมือนพระคริสต์

คริสตมาสนี้ ให้เราใคร่ครวญถึงความสำคัญของการเสด็จมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทูลขอพระเจ้าทรงช่วยให้เรามีประสบการณ์จากการมีสิทธิพิเศษในพระองค์อย่างเต็มที่ และอย่าลืมเปิดของขวัญทุกชิ้นที่พระเจ้าประทานให้

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อเรา ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน


23 ธันวาคม 2012

“สัมผัสแห่งคริสมาส”

พระเยซูตรัสว่า “จงยอมให้เด็กเล็กๆ เข้ามาหาเรา”

มัทธิว 19:14

แต่ก่อนผมมักรู้สึกรำคาญใจเมื่อเห็นคนแห่ไปคริสตจักรกันยกใหญ่ในช่วงคริสตมาส ผมไม่ชอบที่ต้องมานั่งเบียดกัน และที่จอดรถก็หายากเย็น ผมถึงกับบ่นออกมาเมื่อต้องหาที่นั่งใหม่ด้านนอกเพราะที่นั่งข้างในคริสตจักรเต็มก่อนที่การนมัสการจะเริ่มด้วยซ้ำ พวกที่มาคริสตจักรเพียงปีละครั้งน่าจะอยู่กับบ้านก็ดีแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่เคยอยู่ในความคิดของผม   ความคิดของผมสะท้อนถึงทัศนคติของเหล่าสาวกที่ต่อว่าผู้คนที่พาเด็ก ๆ มารับการอวยพรจากพระเยซู (มธ.19:13) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามพวกสาวกคงคิดว่าคนเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะมาอยู่ที่นั่น แต่พระเยซูตรัสว่า “จงยอมให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์เป็นของคนเช่นเด็กเหล่านั้น” (ข้อ 14)

ในที่สุดผมก็ได้คิดว่าดีแล้วที่คนเข้ามาร่วมกันเพื่อฉลองการประสูติของพระเยซู ไม่ว่าจะเป็นรายการของเด็ก ๆ การนมัสการใต้แสงเทียน หรือคอนเสิร์ตของคณะนักร้องประสานเสียง ใครจะรู้ว่าอาจมีใครสักคนได้พบกับพระเยซูเจ้าจริง ๆ ก็ได้ นักข่าวชื่อ แฮร์รี รีซันเนอร์ เคยกล่าวว่า “แม้คริสเตียนคนหนึ่งจะได้รับการสัมผัสเพียงปีละครั้ง การสัมผัสนั้นก็คุ้มค่า และบางทีในวันคริสตมาส เช้าที่เงียบสงบ การสัมผัสนั้นก็เกิดผลได้”

ดูเหมือนว่าคริสตมาสจะดึงความเป็นเด็กในตัวเราออกมา และพระเยซูทรงต้อนรับเด็กทุกคน

สาธุการแด่พระเจ้าที่พระองค์ทรงรักเราทุกคน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

 

 

 

 

 

 

 

 

24 ธันวาคม 2012

บังเกิดในเรา

โอ เบธเลเฮม เอฟราธาห์...จากเจ้าจะมีผู้หนึ่งออกมาเพื่อเรา เป็นผู้ที่จะปกครองในอิสราเอล

มีคาห์ 5:2

ในการเดินทางเที่ยวชมความสวยงามของเมือง สแตรทฟอร์ดในประเทศอังกฤษ ผมรู้สึกทึ่งกับการที่เอกลักษณ์และอนาคตของเมืองเป็นผลมาจากการที่ใครคนหนึ่งเกิดที่นั่น ทุกๆ ปีคนกว่าครึ่งล้านจะมาเยี่ยมชมสถานที่เกิดของวิลเลียม เช็คสเปียร์ ผู้ซึ่งถือเป็นนักเขียนบทละครภาษาอังกฤษที่มีอิทธิพลมากที่สุด  แล้วเบธเลเฮมล่ะ? การประสูติของพระเยซูทำให้คำพยากรณ์ของมีคาห์สำเร็จ “โอ เบธเลเฮม เอฟราธ าห์ แต่เจ้าผู้เป็นหน่วยเล็กในบรรดาตระกูลของยูดาห์ จากเจ้าจะมีผู้หนึ่งออกมาเพื่อเรา เป็นผู้ที่จะปกครองในอิสราเอล ดั้งเดิมของท่านมาจากสมัยเก่า จากสมัยโบราณกาล (มคา.5:2) เบธเลเฮม ได้ถูกกำหนดไว้แล้วให้เป็นที่มาบังเกิดของพระเยซู

เราเองก็เช่นกัน เมื่อพระคริสต์เข้ามาสถิตในเราได้รับการเปลี่ยนแปลง เราไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ๆ อีกต่อไป แต่เป็นที่สถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์เอกลักษณ์และจุดหมายของเรานั้นพระองค์เป็นผู้กำหนดไว้แล้ว เช่นเดียวกับเมืองที่กลายเป็นที่รู้จักเพราะมีบุคคสำคัญถือกำเกิดขึ้นที่นั่น  คริสตมาสเป็นเวลาที่วิเศษสุดในการฉลองการทรงสถิตอยู่ของพระคริสต์ภายในเรา และการที่พระองค์ทรงกระทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงภายในบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์

ข้าแต่พระเจ้า  ขอบพระคุณที่เบธเลเฮม เป็นที่ๆพระกุมารเยซูทรงมาบังเกิด ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน