2.เรื่อง การกลับใจใหม่ (Repentance)

เรื่อง การกลับใจใหม่ (Repentance)

เขียนโดยบรรพต เวชกามา (ศูนย์พันธกิจอุดรธานี)

วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน 2012 เวลา 15:05 น.


การกลับใจใหม่ เป็นภาษาเฉพาะของคริสเตียน คนไทย

ทั่วไปจะใช้ว่า “การเปลี่ยนใจ” หรือ “การเปลี่ยนแปลงความคิดความอ่าน” อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนใจ การเปลี่ยนแปลงความคิดความอ่าน หรือ การกลับใจใหม่ นี้ แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า (Repentance) และภาษาอังกฤษแปลมาจากภาษากรีกอีกทีว่า metanoeite มีความหมายว่า “การกลับหลังหัน” หรือ เปลี่ยนจากสิ่งหนึ่งมาสู่อีกสิ่งหนึ่ง เป็นการเปลี่ยนที่พึ่งหรือที่ยึดเหนี่ยว หันกลับจากการพึ่งตนเอง มาพึ่งในพระคุณของพระเจ้า

การกลับใจใหม่นี้ เป็นสิ่งสำคัญ และเป็นหนทางที่เราผู้เป็นคนบาป (มีกิเลส ราคะ ตัณหา) จะกลับคืนไปมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า พระองค์มีความประสงค์ที่จะให้เราหยุดที่จะพึ่งพาอาศัยในตนเอง แล้ว“กลับหลังหัน” มาพึ่งอาศัยในพระองค์ ในพระคัมภีร์เต็มไปด้วยถ้อยคำที่บอกว่า เราจะต้องกลับใจใหม่

-ในหนังสือมาระโก 1:15 พระเยซูตรัสว่า “เวลากำหนดมาถึงแล้ว และแผ่นดินของพระเจ้าก็มาใกล้แล้ว จงกลับใจใหม่ และเชื่อในบารมีของพระเจ้าเถิด”

-ในหนังสือมัทธิว 3:2 กล่าวไว้ว่า “จงกลับใจใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” นั่นหมายความว่า “คนบาป” จะต้อง “กลับใจใหม่” หันกลับคืนมาพึ่งพาอาศัยในพระเจ้า

ความสำคัญของการกลับใจใหม่

การกลับใจใหม่ เป็นการหันกลับจากทางแห่งความชั่วร้าย หันกลับจากการพึ่งตัวเอง แล้วกลับมาหาพระคริสต์ พึ่งอาศัยในพระองค์ และโดยทางพระคริสต์ก็ได้กลับไปหาพระเจ้า ดังที่พระเยซูตรัสว่า:

-เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา (ยน 14:6) นั่นหมายความว่า เราจะไปสู่นิพพานได้ ก็เพราะพระเยซูคริสต์ เพราะพระองค์เป็นทางนั้น เป็นทางไปสู่พระเจ้า ไม่มีใครไปพบพระเจ้าได้ด้วยการกระทำของตนเอง จะต้องพึ่งอาศัยในพระองค์

-อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย (ยน 14:1)

-เหตุฉะนั้นจงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้ และอธิษฐานขอพระเจ้า ชะรอยพระองค์จะทรงโปรดยกความผิดซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า” (กจ 8:22)

-เพื่อจะให้เจ้าเบิกตาของเขา เพื่อเขาจะกลับจากความมืดมาถึงความสว่าง และจากอำนาจของซาตานมาถึงพระเจ้า เพื่อเขาจะได้รับการยกโทษความบาปผิดของเขา และให้ได้รับที่ซึ่งจะได้ด้วยกันกับคนทั้งหลาย ซึ่งถูกชำระให้เป็นคนบุญแล้วในความหลุดพ้นขั้นที่ 1 (Justification) โดยความเชื่อในเรา” (กจ 26:18)

-เพราะว่าท่านทั้งหลายเป็นเหมือนแกะที่พลัดฝูงไป แต่บัดนี้ได้กลับมาหาพระผู้เลี้ยงและผู้พิทักษ์จิตวิญญาณของท่านทั้งหลายแล้ว (1 ปต 2:25)

ความหมายของการกลับใจใหม่

การกลับใจใหม่ คือการตัดสินใจที่จะหันกลับจากบาปมาสู่ความหลุดพ้นในพระคริสต์ ซึ่งก็รวมไปถึงการยอมรับพระองค์ ไม่ใช่เป็นเพียงพระผู้ช่วยให้หลุดพ้นเท่านั้น แต่ต้องยอมรับพระองค์เป็นจอมเจ้านายเหนือชีวิตด้วย

-ด้วยเหตุนี้ การกลับใจใหม่ จึงเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยน “เจ้านาย” เหนือชีวิตของคนๆ นั้น คือ เปลี่ยนจากการอยู่ใต้อำนาจของซาตาน และตัวเราเอง มาอยู่ใต้อำนาจของพระคริสต์และพระคำของพระองค์

-“ครั้งเมื่อก่อนท่านเคยประพฤติในการบาปนั้นตามวิถีของโลก ตามเจ้าแห่งย่านอากาศ คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในคนทั้งหลายที่ไม่เชื่อฟัง” (อฟ 2:2)

นอกจากนั้น การกลับใจใหม่ ยังเกี่ยวข้องกับ การละทิ้งตัวกู-ของกู ผู้ที่กลับใจใหม่ติดตามพระเยซูนี้ จะต้องละทิ้งตัวกุ-ของกู แล้วแบกกางเขนติดตามพระองค์

-และเมื่อพระองค์ทรงร้องเรียกประชาชนกับเหล่าสาวกของพระองค์ให้เข้ามาแล้ว จึงตรัสแก่เขาว่า “ถ้าผู้ใดจะใคร่ตามเรามา ให้ผู้นั้นละทิ้งตัวกู-ของกู (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับปี 1971 แหลว่า “เอาชนะตัวเอง” ส่วนพระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานฉบับที 2011 แปลว่า “ปฏิเสธตนเอง”) และรับกางเขนของตนแบกและตามเรามา (มก 8:34)

การกลับใจใหม่เกิดขึ้นได้อย่างไร

การกลับใจใหม่เกิดขึ้นเมื่อคนบาปได้ยินได้ฟัง บารมีของพระเจ้าอย่างเข้าใจ แล้วเขาก็มีอิสระในการตัดสินใจที่จะเชื่อพึ่งอาศัยในพระเจ้า การที่เขากลับใจใหม่นั้น เป็นการตอบสนองต่อพระคุณของพระเจ้า เมื่อพระองค์ยื่นพระคุณมา แล้วเราก็รับเอา โดยการกลับใจใหม่ คือหันกลับจากการพึ่งตนเองไปพึ่งพระเจ้า

-และพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่กับเขา คนเป็นอันมากที่เชื่อก็กลับมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า (กจ 11:21)

-คือว่าถ้าท่านจะรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจของท่านว่าพระเจ้าได้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะหลุดพ้น ด้วยว่าความเชื่อด้วยใจก็นำไปสู่การเป็นคนบุญในความหลุดพ้นขั้นที่ 1 (Justification) และการยอมรับด้วยปากก็นำไปสู่ความหลุดพ้น (รม 10-9-10)

การกลับใจใหม่ไม่ใช่การเปลี่ยนศาสนา

การกลับใจใหม่นั้น ไม่ใช่เพียงแต่บอกว่าเชื่อในพระเยซูคริสต์ในฐานะพระผู้ช่วยให้หลุดพ้นเท่านั้น แต่เป็นการกลับใจใหม่ เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ มีความต้องการที่จะหันกลับจากการพึ่งตนเอง หันมาเชื่อพึ่งอาศัยในพระเจ้า ไม่ใช่การเปลี่ยนศาสนา และเป็นการกระทำของพระเจ้า ไม่ใช่การกระทำของเรา

-เมื่อกลับใจใหม่มีความเชื่อในพระเจ้าแล้ว จะได้รับการถูกชำระให้เป็นคนบุญ ในความหลุดพ้นในขั้นที่หนึ่ง (Justification) และถูกชำระให้เป็นคนบริสุทธิ์ ในดำเนินชีวิตในความหลุดพ้นขั้นที่สอง (Sanctification) จะกลายเป็นคนที่ตายต่อบาป และไม่ยุ่งเกี่ยวกับความบาปอย่างสิ้นเชิง เป็นผู้ที่มีธรรมชาติที่ไม่ทำความผิดบาป (1ยน 5:18) และในที่สุด ก็จะได้รับความหลุดพ้นขั้นที่ 3 (Glorification)

การกลับใจใหม่ต้องมาพร้อมกับความเชื่อ เพราะเป็นเงื่อนไขของความหลุดพ้นทั้งสามขั้นตอน และพระคัมภีร์กล่าวถึงเสมอ

-พระเยซูตรัสว่า “เวลากำหนดมาถึงแล้ว และแผ่นดินของพระเจ้าก็มาใกล้แล้ว จงกลับใจใหม่ และเชื่อในบารมีของพระเจ้าเถิด” (มก 1:15)

-เราบอกท่านทั้งหลายว่า…ถ้าท่านทั้งหลายมิได้กลับใจใหม่จะต้องพินาศเหมือนกัน” (ลก 13:3,5)

-เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย เพื่อวาระพักผ่อนหย่อนใจจะได้มาจากพระพักตร์พระเจ้า” (กจ 3:19)

การกลับใจใหม่ในพระคัมภีร์เดิม

การกลับใจใหม่เป็นข่าวสารสำคัญของคนทรงของพระเจ้า (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับปี 1971 และฉบับมาตรฐาน ปี 2011 แปลว่า “ผู้เผยพระวจนะ” ส่วนฉบับแปลจาก KJV แปลว่า “ศาสดาพยากรณ์” ส่วนคาทอลิกแปลว่า “ประกาศกของพระเจ้า”) ในพระคัมภีร์เดิมดังนี้ :

-พระเจ้าจอมโยธาพระเจ้าของอิสราเอล ตรัสดังนี้ว่า ‘จงซ่อมพฤติการณ์และการกระทำของเจ้าเสีย และเราจะให้เจ้าอาศัยอยู่ในสถานที่นี้’ (ยรม 7:3)

-พระเจ้าตรัสว่า โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เพราะฉะนั้นเราจะพิพากษาเจ้าทุกคนตามทางประพฤติของคนนั้นๆจงกลับใจและหันกลับเสียจากการกบฏทั้งสิ้นของเจ้า เกรงว่าความบาปชั่วของเจ้าจะเป็นสิ่งสะดุดให้เจ้าพินาศ (อสค 18:30)

-พระเจ้าตรัสว่า ‘ถึงกระนั้นก็ดี เจ้าทั้งหลายจงกลับมาหาเราเสียเดี๋ยวนี้ ด้วยความเต็มใจ ด้วยการอดอาหาร ด้วยการร้องไห้ และด้วยการโอดครวญ จงฉีกใจของเจ้า มิใช่ฉีกเสื้อผ้าของเจ้า จงหันกลับมาหาพระยาเวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลาย เพราะว่าพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณ และทรงพระกรุณาทรงกริ้วช้าและบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง และทรงกลับพระทัยไม่ลงโทษ ใครจะรู้ได้พระองค์อาจจะทรงกลับและเปลี่ยนพระทัย และทรงอำนวยพระพรไว้ คือให้มีธัญบูชาและเครื่องดื่มบูชาสำหรับถวาย แด่พระยาเวห์พระเจ้าของท่านแล้ว’ (ยอล 2:12-14)

-เจ้าได้หันเหไปเสียจากกฎเกณฑ์ของเราและมิได้รักษาไว้ ตั้งแต่ครั้งสมัยบรรพบุรุษของเจ้า พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า ‘เจ้าจงกลับมาหาเรา และเราจะกลับมาหาเจ้าทั้งหลาย’ แต่เจ้ากล่าวว่า ‘เราทั้งหลายจะกลับมาสถานใด’ (มลค 3:7)

การกลับใจใหม่ในพระคัมภีร์ใหม่

การกลับใจใหม่ยังเป็นข่าวสารสำคัญของยอห์นบัพติศมา พระเยซูคริสต์ และผู้เชื่อพระเจ้าในพระคัมภีร์ใหม่

-จงกลับใจใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” (มธ 3:2)

-ตั้งแต่นั้นมา พระเยซูได้ทรงตั้งต้นประกาศว่า ‘จงกลับใจใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์ มาใกล้แล้ว’ (มธ 4:17)

-แล้วพระองค์ตรัสว่า ‘เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าพวกท่านไม่กลับใจเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ท่านจะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ไม่ได้เลย’ (มธ 18:3)

-เรามิได้มาเพื่อจะเรียกคนที่เห็นว่าตัวเป็นคนบุญ แต่มาเรียกคนที่พวกท่านว่าเป็นคนบาปให้กลับใจใหม่” (ลก 5:32)

-ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า ‘จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระธรรมของพระเจ้า”’ (กจ 2:38)

-“เหตุฉะนั้นจงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้ และอธิษฐานขอพระเจ้า ชะรอยพระองค์จะทรงโปรดยกความผิดซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า” (กจ 8:22)

-ครั้นคนทั้งหลายได้ยินคำเหล่านั้นก็นิ่งอยู่ แล้วได้สรรเสริญพระเจ้าว่า ‘พระเจ้าได้ทรงโปรดแก่คนต่างชาติให้กลับใจใหม่ จนได้ชีวิตรอดด้วย”’ (กจ 11:18)

-องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้า ในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลายมาช้านาน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่” (2 ปต 3:9)

การกลับใจใหม่ มักจะมาควบคู่กับบารมีของพระเจ้า ดังนั้นถ้ามีการกลับใจใหม่ ก็หมายความว่า คนบาปได้กลับใจใหม่จากบาป หันมาเชื่อพึ่งอาศัยในพระคุณของพระเจ้า รับเอาความหลุดพ้นโดยพระคุณเพราะความเชื่อ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้นตอน ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

-ดังที่เปาโลกล่าวว่า “ด้วยว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องบารมีของพระคริสต์ เพราะว่าบารมีนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความหลุดพ้น พวกยิวก่อน และพวกกรีกด้วย เพราะว่าในบารมีของพระเจ้านั้นบุญของพระเจ้าก็ได้แสดงออก โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า ‘คนบุญจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ’

เขียนโดย Banpote Wetchgama (ศูนย์พันธกิจอุดรธานี)

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสที่ 24 พฤษภาคม 2012 เวลา 8:10 น.


 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด (วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2012 เวลา 20:12 น.)