เรื่อง หนามชีวิต

คำเทศนาเรื่อง   หนามไม่ได้มีไว้เหน็ดเหนื่อย  
ข้อพระวจนะ     2 คร12:7    และ  มธ 11:28
ผู้เทศนา  อ.เรวัฒน์   เทพจักร์ 
อาทิตย์ที่ 24 พค 2009  

 

Image2 คร12:7   และเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไป   เนื่องจากที่ได้เห็นการสำแดงมากมายนั้น   ก็ทรงให้มีหนามใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า   หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวเกินไป 8 เรื่องหนามใหญ่นั้น   ข้าพเจ้าวิงวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าถึงสามครั้ง   เพื่อขอให้มันหลุดไปจากข้าพเจ้า 9 แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า   ?การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว   เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน   เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น?   เหตุฉะนั้น   ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า 10 เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์   ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   ในการประทุษร้ายต่างๆในความยากลำบาก   ในการถูกข่มเหง   ในความอับจน   เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด   ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น 

บทเรียนฝ่ายวิญญาณของพระวจนะของพระเจ้าในเช้าวันนี้ 2 ประการ

 

ประการที่ 1  ชีวิตทุกๆวันของเราต้องเผชิญกับหนามใหญ่มากมาย

ก. สภาพสังคมที่เต็มไปด้วยความเครียส

ผลจากการสำรวจของ เอแบคโพลล์เดือนมีนาคม 2552 จากการศึกษาแนวโน้มดัชนีความสุขมวลรวมของประชาชนภายในประเทศ หรือGDH จาก 18จังหวัด    พบว่าดัชนี
       -ความสุขของคนกรุงเทพลดฮวบเหลือ
5.22 
       -การนอนหลับของคนไทยอยู่ที่  ร้อยละ
16.8   
       -ความสุขของคนไทยต่อการเมือง
4.53 
       -ความสุขของคนไทยต่อเศษรฐกิจ เพียง
3.95  /คะแนนเต็ม10       

ภาพของเด็กที่ลาตายสะเทือนใจผู้ปกครอง
ข่าววันที่ 22 พค 09  สลด ด.ช.พงศธร ส่งเอสเอ็มเอสไปถึงกลุ่มเพื่อนๆ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือข้อความว่า "วันที่ 21 คือวันสุดท้ายของเรา บาย"    มาเรียนแต่เช้าก่อนแอบขึ้นไปบริเวณชั้น 6 ซึ่งเป็นห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ก่อนกระโดดลงมาเสียชีวิตต่อหน้าครูและเพื่อนๆ นักเรียนจำนวนมาก สอบพบเป็นเด็กชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ จนถูกพ่อที่เป็นตร.ตำหนิเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุถูกดุด่าอีกจนน้อยใจไม่ยอมพูดคุย ก่อนส่งข้อความผ่านมือถือถึงเพื่อนๆว่า "วันที่ 21 คือวันสุดท้ายของเรา"

           สิ่งเหล่านี้กำลังบ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า  ชีวิตความเป็นอยู่ของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยที่อยู่ในกรุงเทพ และนนทบุรีความสุขได้ลดลงอย่างน่าวิตก     นั่นหมายถึงว่าสภาพจิตใจของคนไทยกำลังมีปัญหา  ชีวิตแต่ละวันเราจึงต้องเผชิญกับความกดดัน  และโรคเครียส   ซึ่งมีผลทำให้เกิดโรคาพยาธิ    เด็กวัยรุ่นเริ่มหันไปเสพยา และเกมคอมพิวเตอร์นักขึ้น และยกพวกตีกัน        มีการหย่าร้างมากขึ้น                 
ตัวอย่าง   นายยศศักดิ์ คงมาก ผอ.สำนักงานปกครองและทะเบียน เปิดเผยว่า จากการจัดทำสถิติผู้มาขอรับบริการที่ฝ่ายทะเบียนของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตประจำปี 51 ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ มีสถิติการหย่าร้างที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีคู่สมรสเดินทางมาจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตรวม 16,810 ราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าในช่วงปี 50 ที่ผ่านมา       ที่มีคู่สมรสเดินทางมาจดทะเบียนหย่าเพียง 15,796 รายเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับเขตที่มีคู่สมรสเดินทางมาจดทะเบียนหย่ามากที่สุด คือเขตบางเขน จำนวน 878 ราย รองลงมา คือเขตพระโขนง จำนวน 840 ราย
ปัญหาที่พบการหย่าร้างเพราะ  ในปัจจุบันฝ่ายหญิงมีหน้าที่การงานที่มั่นคง สามารถพึ่งตนเองได้ไม่แตกต่างจากฝ่ายชาย จึงทำให้เมื่อเกิดปัญหาหรือทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นจึงไม่มีใครยอมใคร นอกจากนี้อาจเกิดจากปัญหาความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เมื่อตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันแล้วกลับมีทัศนคติที่ไม่ตรงกันในภายหลัง สุดท้ายก็ไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ นอกจากนี้จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีค่าครองชีพสูงขึ้น ส่งผลให้การใช้จ่ายภายในครอบครัวอาจไม่คล่องตัวตามไปด้วย

      ข. ชีวิตคริสเตียนแต่ละวันเราก็เผชิญกับความยากลำบาก

 

ดังนั้นในชีวิตของคนเรามักจะต้องเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ หรือที่เรียกว่าหนามในชีวิต  บางคนก็เรื่องการศึกษา  การปรับตัวใหม่ในที่สถาบัน   ที่ทำงาน   และครอบครัว        บางคนมีปัญหาทุกใจเพราะเรื่องสุขภาพ  เช่นความดันโลหิต  เบาหวาน  โรคอ้วน  และมะเร็ง    ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่       บางคนมีปัญหาในครอบครัว ระหว่างสามีกับภรรยา   ระหว่างพ่อแม่กับลูกๆ    ระหว่างลูกๆกับลูกๆ    ระหว่างเรากับเพื่อนบ้าน     บางคนก็มีปัญหาเรื่องเพื่อนร่วมงานที่ไม่เข้าใจกัน    บางคนก็มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจที่ไม่เพียงพอ  บางคนก็ตกงาน    ( วันนี้หนังสือที่ยอดขายดีมากอีกเล่มหนึ่งก็คือ ทำงานอย่างไรไม่ให้ถูกไล่ออกจากงาน)        
เช่นเดียวกับ
อ.เปาโลท่านได้กล่าวถึงชีวิตของท่านว่า    ต้องอธิษฐานหนักถึง 3 ครั้งเพื่อให้หนามใหญ่ในชีวิตนั้นหลุดไป     

Skolops  ภาษากรีกใช้ครั้งเดียวใน 2คร12:7 ซะคอลอฟ  หมายถึง  ขวากหนาม, ความยุ่งเหยิง, สิ่งที่ทำให้ยุ่งยาก  หอกข้างแคร่  ยุ่งยาก,  มีอุปสรรคมากมาย  ,ชีวิตที่ยากลำบากมาก   

 

ชีวิตของเปาโล:

เปาโลมีอีกชื่อว่าเซาโล ซึ่งเป็นคำเดียวกับ "ซาอูล" ในภาษาฮีบรู    เดิมชื่อว่า "เซาโล" (ภาษาฮีบรู แปลว่า ที่ปรารถณาที่ต้องการ"      ท่านเป็นชาวยิวเผ่าเบนยามิน เกิดในราวปี ค.ศ.10 ที่เมืองทาร์ซัส แคว้นซีลีเซีย (ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศตุรกีปัจจุบันเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น     เซาโลถูกส่งไปเรียนกับอาจารย์กามาลิเอลที่กรุงเยรูซาเล็ม (กจ.22:3)     ตามแผนการอนุรักษ์ความเป็นยิวสำหรับชาวยิวที่เติบโตนอกเขตอิสราเอล      เซาโลยึดถือลัทธิฟาริสีอย่างเคร่งครัด   ตามหลักคำสอนของอาจารย์กามาลิเอล จึงก้าวหน้ากว่าเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกันมาก (กท.1:14)       และเป็นนักศาสนา ได้แสดงความกระตือรือร้นต่อศาสนายิวด้วยการข่มเหงคริสตจักร (ฟป.3:5-6)      และตามจับบรรดาศิษย์ของพระเยซูเพื่อนำตัวไปลงโทษ (กจ.9:1-2; 1 คร.15:9; กท.1:13)

ภายหลังเมื่อเซาโลออกเดินทางไปประกาศกับคนต่างชาติ   เช่นชาวกรีก    ท่านเริ่มใช้ชื่อเปาโล ซึ่งเป็นชื่อภาษากรีก (กจ.13:9)

หนามใหญ่ในชีวิตของ อ.เปาโลคืออะไร     นักวิชาการทางพระคัมภีร์ได้คาดว่า สิ่งที่เปาโลเรียกหนามใหญ่นั้น น่าจะเป็นเรื่องของปัญหาสุขภาพทางสายตา    เพราะชีวิตของเปาโลได้วางมือรักษาโรค ขับผี และทำการอัศจรรย์มากมาย แต่เมื่อมาถึงตัวเปาโลเอง เขากลับวางมือตัวเองไม่หาย เปาโลเข้าใจถึงน้ำพระทัยพระเจ้า ที่พระองค์อนุญาตให้เขามีความอ่อนแอเพื่อเขาจะยังพึ่งพาพระเจ้า มิฉะนั้นเขาจะหลงคิดว่าตัวเอบางท่านบอกว่าคือโรคร้าย  บางท่านก็บอกว่าการข่มเหงต่างๆ

 

 

ประการที่ 2  หนามใหญ่ไม่ได้มีไว้เพื่อทุกขภาพ

 

ก. เพื่อให้เราถ่อมใจลง

        2 คร12:7   และเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวจนเกินไป   เนื่องจากที่ได้เห็นการสำแดงมากมายนั้น   ก็ทรงให้มีหนามใหญ่ในเนื้อของข้าพเจ้า   หนามนั้นเป็นทูตของซาตานคอยทุบตีข้าพเจ้าเพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ายกตัวเกินไป

 

         ฉธบ 8: 2-3  ท่านทั้งหลายจงระลึกถึงทางซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านทรงนำท่านอยู่ในถิ่นทุรกันดารถึงสี่สิบปี   เพื่อพระองค์จะทรงกระทำให้ท่านถ่อมใจ   และทดลองให้ทราบว่าจิตใจของท่านเป็นอย่างไร   ดูว่าท่านจะรักษาพระบัญญัติของพระองค์หรือไม่ พระองค์ทรงกระทำให้ท่านถ่อมใจ   และปล่อยท่านให้หิวและเลี้ยงท่านด้วยมานา  ซึ่งท่านเองหรือปู่ย่าตายายของท่านก็ไม่ทราบว่าเป็นอะไร   เพื่อพระองค์จะทรงกระทำให้ท่านตระหนักแก่ใจว่า   มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวก็หามิได้   แต่มนุษย์จะมีชีวิตอยู่ได้   ด้วยทุกสิ่งที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า

 

         ทุกๆครั้งที่เราพบกับหนามใหญ่ในชีวิต เรามักจะด่วนสรุปว่าพระเจ้าลงโทษ  พระเจ้าทำให้เกิดขึ้นเรื่องนี้ต่อเราและครอบครัว  ทั้งๆที่พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าแสนดี เป็นผู้เลี้ยงที่ดี  และมีคำสัญญาว่าพระเจ้าจะดูแลชีวิตของคนที่เชื่อ       เรามักด่วนสรุปว่าคงเพราะเราทำบาป และพระเจ้าทอดทิ้งเราเสียแล้ว   หรือเราอาจคิดไปถึงว่าสงสัยพระเจ้าทรงนำไปทางอื่นที่ดีกว่านี้     เราจะต้องไม่ลืมว่าแท้จริงพระเจ้าทรงตีสอนเพราะรักเรา  พระเจ้าต้องการให้เราดำเนินชีวิตที่ถ่อมใจลง  พระเจ้าปรารถนาให้เราเข้าใจถึงพระเมตตาของพระเจ้าที่มีต่อเราเหลือล้น     การที่พระเจ้าอนุญาตให้เรายากลำบาก ไม่ได้หมายถึงว่าพระเจ้าหมดท่า และไม่มีน้ำยา หรือหมดความสามารถที่จะนำพาชีวิต     

 

         อ.เปาโลกล่าวถึงหนามใหญ่ในชีวิตว่า  เพื่อไม่ให้เปาโลยกตัวเกินไป    ยกตัวเรื่องอะไร?  คือเรื่องการทรงสำแดง  การทรงเรียกอันมากมาย  ความสำเร็จต่างๆที่ทำได้หลังการกลับใจใหม่     พระเจ้าให้เปาโลเรียนรู้ที่จะรับใช้พระเจ้าเต็มไปด้วยน้ำตา  ทำงานรับใช้พระเจ้าด้วยความยากลำบาก  มีแรงกดดันมากมายทั้งภายใน  และจากคนที่ไม่เชื่อ    ตลอดชีวิตการดำเนินกับพระเจ้า รับใช้พระเจ้าเปาโลต้องเผชิญกับหนามใหญ่     คนที่ถ่อมใจต่อพระเจ้า  พระเจ้ายิ่งอำนวยพระพรให้ ดู 1ปต 5:6   และเมื่อถึงเวลาอันสมควรพระเจ้าก็จะทรงยกชูชีวิตของเราขึ้นมา     

 

        ขอให้สังเกตว่าหนามใหญ่นั้น เปาโลใช้คำว่า  ทุบตี หรือโบยตีในเนื้อของข้าพเจ้า    ภาษากรีกใช้คำว่า  คอลาฟิโศ Kolaphizo   เป็นสิ่งที่เดียวเกิดขึ้นกับพระเยซู  เมื่อเขาตีพระเยซูขณะถูกตรึงที่กางเขน มก 14:65      ทำให้พระองค์เจ็บปวด และทุกข์ทรมาน  และได้รับความอับอาย       หลายๆครั้งในชีวิตของเรา  แม้ว่าเราจะเป็นคริสเตียนที่ดีเลิศประเสริฐศรีเพียงไร  พระเจ้าก็อาจจะอนุญาตให้เราท่านต้องได้รับความเจ็บปวดเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน    ความทุกข์ยากไม่ได้เลือกหน้าใคร    จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ   หรือให้เกิดความทุกข์ยาก   แต่เพื่อให้เราเจริญเติบโตขึ้น เป็นคนที่มีจิตวิญญาณที่ถ่อมใจต่อพระเจ้า  และต่อธรรมิก   เมื่อเราสามารถเดินทางผ่านห้วงเวลาที่แสนทุกข์ยากลำบากนั้นแล้วเราก็จะเป็นพระพร    


         บางครั้งเปาโลก็ทุบตีร่างกายของท่านเองด้วย  เพื่อให้กลายเป็นภาชนะของพระเจ้าทรงทรงใช้การได้    1 โครินธ์ 9:27 27แต่ข้าพเจ้าก็ทุบตีร่างกายให้มันแข็งจนอยู่มือ   เพราะเกรงว่าเมื่อข้าพเจ้าได้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนอื่นแล้ว   ตัวข้าพเจ้าเองจะเป็นคนที่ใช้การไม่ได้ คำว่าร่างกายของเปาโลนั้นหมายถึงความต้องการของเนื้อหนังของตัวเอง ที่เปาโลต้องมีวินัย และคอยหมั่นที่จะตรวจท่าที แรงจูงใจที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิตทั้งกับตัวเอง กับพระเจ้า

 


ข. เพื่อให้เห็นการช่วยเหลือจากพระเจ้า
2 คร12:9

 

9 แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า   ?การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว   เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน   เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น?   เหตุฉะนั้น   ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า 10 เหตุฉะนั้นเพราะเห็นแก่พระคริสต์   ข้าพเจ้าจึงชื่นใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า   ในการประทุษร้ายต่างๆในความยากลำบาก   ในการถูกข่มเหง   ในความอับจน   เพราะว่าข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด   ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น

 

อ.เปาโลหนุนใจเราว่า  หนามใหญ่ในชีวิตนั้นคือสิ่งที่ใครๆไม่ต้องการมัน     และอธิษฐานครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้มันหลุดไปจากชีวิต      แต่พระคริสต์ตรัสกับเปาโลว่า   ท่ามกลางที่เผชิญกับหนามใหญ่    และชีวิตหลายครั้งที่อ่อนแอ หมดแรง  บางครั้งดูเหมือนเป็นผลร้ายแรงต่อชีวิตคริสเตียน      แต่กลับกันในมุมมองของพระเจ้า      พระเจ้าถือว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีกว่า    เพราะในสภาพที่อ่อนแอและชีวิตที่ต้องต่อสู้กับหนามใหญ่ในชีวิต     เหมือนกำลังแบกแอกที่หนักในชีวิต      พระคุณของพระเจ้าได้หลั่งไหลมาสู่ชีวิตของเรา  ทำให้เราเห็นการช่วยเหลือของพระเจ้า   นั้นหมายถึงว่าตราบใดที่ชีวิตสะดวก สบาย มีสตางค์ใช้     เราจะไม่เฝ้าชิดติดสนิทพระเจ้าเท่าที่ควร     เราจะไม่ค่อยค่อยพึ่งแรงกำลังพระเจ้า  ไม่อธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจัง   ไม่เห็นปัญหาเป็นเรื่องคอขาด     ชีวิตคริสเตียนของเราก็เพียงแค่อุ่นๆ          แต่ตรงกันข้ามกับในสถานการณ์ชีวิตที่มีเรื่องตื่นเต้น  และเรื่องที่ระทึกใจ  ชั่วโมงเป็นชั่วโมงตายของชีวิต      นั่นเป็นเวลาที่พระเจ้าก็ลงฤทธิ์เดชลงมา และได้มีโอกาสสำแดงพระคุณต่อเรา    

 

       เป็นความจริง  ที่หลายครั้งเมื่อเราเข้มแข็งดี    เรามีสิ่งต่างๆในชีวิต ไม่ได้ขาดแคลน   เรามักจะพึ่งกำลังของเราเอง  เรามักจะต่อสู้ด้วยกำลังของเรา    แต่เมื่อไหร่ที่เราต่อสู้จนกระทั่งหมดแรงข้าวต้มในชีวิตแล้ว  เวลานั้นเองพระเจ้าก็จะได้สำแดงอำนาจ  การช่วยกู้ และนี่คือเหตุผลที่เปาโลกล่าวว่า   ท่านเปาโลภาคภูมิใจในสภาพที่อ่อนแอของชีวิตของท่านด้วย  ในการที่ต้องเผชิญกับการประทุษร้ายต่างๆ   พบการข่มเหง  และในความอับจน      เพราะนั่นเป็นเวลาที่พระเจ้าได้ทำงาน  พระเจ้าได้อวยพรเปาโล  พระเจ้ากำลังจะประทานแรงกำลังใหม่ให้เปาโลอีกครั้ง     ดังนั้น... ในชีวิตของเราแต่ละก้าวที่เดินไป  อาจจะมีอุปสรรคปัญหาต่างๆมึดมัว และชีวิตของเราต้องเผชิญกับช่วงขาลง  ช่วงตกอับ ตกต่ำ  แต่สิ่งที่พึงระลึกเสมอว่าพระเจ้าไม่มาได้มาช้าเกินกว่าที่คิดไว้ 

 

ในยามที่ชีวิตกำลังได้รับความยากลำบากใหญ่ในชีวิต   
เหมือนกำลังรับภาระในชีวิตที่ยากเข็ญ  และเหงา  หมดกำลัง  และรู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยมากในชีวิต  พระเจ้าหนุนใจเราทั้งหลายวันนี้ผ่านพระวจนะของพระเจ้าใน
     มธ 11:28  บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา  และเราจะให้ท่านทั้งหลาย   หายเหนื่อยเป็นสุข

 

เมื่อใดที่เรารู้สึกว่ากำลังเหน็ดเหนื่อย  และต้องรับภาระความรับผิดชอบที่หนักในชีวิต  ในงานที่ทำอยู่  ในความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านาย   หรือกำลังนั่งอยู่ในสภาพที่อับเฉา     พระเจ้าทรงตรัสแนะนำให้คริสเตียนที่จะเห็นควาสำคัญตรงข้อนี้อีกครั้ง     ขอให้เรามั่นใจว่าข้อพระคำตรงนี้ไม่ใช่เขียนไว้เพื่อคนที่ไม่เป็นคริสเตียน   บ่อยครั้งที่คริสเตียนมักอ่านให้คนที่เรากำลังประกาศอยู่       แต่เป็นข้อความที่มาถึงลูกของพระเจ้าทุกคนในวันนี้       พระเจ้าปรารถนาที่จะให้เราได้รับการแบ่งเบาภาระที่หนักลงเสีย    และให้เราหายจากความเหนื่อยทุกอย่าง    และมีความสุขในชีวิตด้วย     พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้คริสเตียนเป็นพวกแบกโลก  แบกนิมิตใหญ่จนขาดสันติสุข   พระเจ้าไม่ได้ต้องการคน 200 คนในปี 2010นี้    แต่ต้องการให้เราทุกคนติดตามพระเจ้า  ไว้วางใจในพระองค์   เมื่อเราต้องเผชิญกับความกลัว   เรื่องที่ทำให้เราทุกข์ใจ  เรื่องที่กินกำลังของจนหมดลง  พระเจ้าแนะนำให้เราได้รับการผ่อนแอกนั้น    ด้วยการเรียนรู้จักมาหาพระองค์    เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้วนะ....  อย่าลืมว่า  พระเยซูคริสต์สามารถช่วยให้เราได้หายเหนื่อย และเป็นสุขได้       

         นี่คือสิ่งที่เปาโลอวด  และมั่นใจในพระเยซู   คือจะได้เห็นพระคุณพระเจ้า  จะได้เห็นฤทธิ์เดช  และการโอบอุ้มที่มาจากพระเจ้าของเรา       ควรไม่ควรสรุปปัญหาต่างๆในชีวิตว่า เราเป็นคนโชคร้ายที่สุด  เราเป็นคนบาป  พระเจ้าทอดทิ้งเราเสียแล้ว  และเรามีพวกเฮงซวย  แต่โดยพระเจ้า  ในยามที่เราเหมือนคนหมดท่า   แต่พระเจ้าสามารถช่วยกู้ให้เราเปรมปรีดิ์ได้       เมื่อทดสอบแล้วโยบยังเป็นทองคำอยู่ ( โยบ 23.10 ) ท่านเปโตรเองก็บอกว่าเมื่อทดสอบความเชื่อสาวกแล้ว ประเสริฐยิ่งกว่าทองคำ ( 1เปโตร 1.7 )   ถ้าพระเจ้าทรงนำย่างเท้าของมนุษย์คนใด  และคนนั้นพอใจในมรรคาของพระองค์  แม้เขาล้ม  เขาจะไม่ถูกเหวี่ยงลงเหยียดยาว  เพราะว่าพระหัตถ์พระเจ้าพยุงเขาไว้ ? สดุดี  37:23-24

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฏาคม 2010 เวลา 16:39 น.)