40 มหาเศรษฐีไทย ฟอร์บส์ยัน 'ธนินท์' ที่ 1 'ทักษิณ' โผล่อันดับ 19

โผ 40 อันดับอภิมหาเศรษฐีของไทยจากการจัดอันดับของนิตยสาร 'ฟอร์บส์' อันดับ 1 รวยที่สุดกว่า 2 แสนล้านบาท ได้แก่ 'ธนินท์ เจียรวนนท์' เจ้าสัวซีพี ตามมาด้วยอันดับ 2 “เฉลียว อยู่วิทยา” เจ้าพ่อกระทิงแดง มีทรัพย์สิน 150,000 ล้านบาท และอันดับ 3 “เจริญ สิริวัฒนภักดี” เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่ม “ตราช้าง” รวย 144,000 ล้านบาท ด้าน “เสี่ยแม้ว” อดีตนายกฯ ของไทยก็รวยเพิ่มขึ้นด้วยมีทรัพย์สิน 18,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เว็บไซต์ของนิตยสาร “ฟอร์บส์” นิตยสารทรงอิทธิพลด้านการเงินของสหรัฐ รายงานในบทความเรื่อง “40 อภิมหาเศรษฐีในประเทศไทย” โดยผู้สื่อข่าวชื่อนายไบรอัน เมอร์เตนส์ ระบุว่า แม้ประเทศไทยจะมีสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองปรากฏเป็นระยะ ๆ แต่การถ่ายโอนอำนาจในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมานั้นก็ค่อนข้างที่จะสงบเรียบร้อย หลังเกิดเหตุนองเลือดในระหว่างการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นของไทยและเศรษฐกิจของไทยเติบโตอย่างต่อ เนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทยซึ่งปรับขึ้นสูงสุดถึงร้อยละ 21.7 ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบ 15 ปี นอกจากนั้นแล้วค่าเงินบาทของไทยก็ยังแข็งค่าขึ้นร้อยละ 6.1 ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน รวมถึงผลผลิตมวลรวมในประเทศ
(จีดีพี) ของไทยก็คาดว่าในปีนี้จะปรับสูงขึ้นร้อยละ 4 และการที่พรรคเพื่อไทยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประสบชัยชนะอย่างงดงามในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้เกิดแรงสนับสนุนต่อการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวกลับคืนมาและการส่ง ออกที่แข็งแกร่งขึ้น

ผลพวงดังกล่าวส่งผลให้ในปีนี้มีอภิมหาเศรษฐีคนไทยเพิ่มขึ้น โดยมหาเศรษฐีไทยทั้ง 40 คนนั้น ต่างก็มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 มูลค่ารวมกันแล้วประมาณ 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรัพย์สินที่เพิ่มมากขึ้นเหล่านี้ทำให้นักอุตสาหกรรมทั้งหลายหันมาลงทุนมาก ขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ซึ่งอยู่อันดับที่ 17 ในจำนวน 40 อภิมหาเศรษฐีชาวไทย ซึ่งมีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 137 อันเนื่องจากผลกำไรจากธุรกิจเอกชนจากบริษัทสายการบินบางกอกแอร์เวย์สของเขา และราคาหุ้นที่ปรับสูงขึ้นจากกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน บางกอก ดุสิต เมดิคัล เซอร์วิส จำกัด ตามมาด้วย นพ.พงษ์ศักดิ์ วิทยากร อันดับที่ 28 เจ้าของโรงพยาบาลกรุงเทพ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 121 สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของปีนี้

สำหรับอันดับที่ 1 ของ 40 อันดับ อภิมหาเศรษฐีไทยได้แก่ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 222,000 ล้านบาท) ตามมาด้วยอันดับ 2 นายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลัง “กระทิงแดง” ทรัพย์สิน 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 150,000 ล้านบาท) อันดับ 3 นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่ม “ตราช้าง” มีทรัพย์สิน 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 144,000 ล้านบาท)

ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ในขณะนี้ อยู่ในอันดับที่ 19 ของการจัดอันดับครั้งนี้ เพราะมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นร้อยละ 53 คิดเป็นมูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18,000 ล้านบาท) อันเนื่องมาจากการแตกหุ้นและราคาหุ้นของบริษัทเอสซี แอสเสท บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลชินวัตร เพิ่มขึ้นสูงเป็นสองเท่า และหลังจากการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ทางกระทรวงการคลัง ยอม รับว่าจะไม่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลที่ให้คืนเงินภาษีที่อายัดไว้ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐของลูก พ.ต.ท.ทักษิณ

มหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่ติดอันดับก็ยังมีนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อยู่อันดับที่ 29 ทรัพย์สิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ นายพีท โพธารามิก แห่งจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล อยู่อันดับที่ 34 ทรัพย์สิน 245 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ส่วนนายทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ เจ้าของบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท อยู่อันดับที่ 11 นายวิทย์ วิริยประไพกิจ เจ้าของสหวิริยา อยู่อันดับที่ 25 นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานบริหารบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส อยู่อันดับที่ 16 และ นายนิติ โอสถานุเคราะห์ เจ้าของโอสถสภา อยู่อันดับที่ 34 เป็นต้น.

ที่มา