คริสตจักร รีไซเคิล

คริสตจักร รีไซเคิล 
โดย : ดอกอาว

ศิษยาภิบาล แม้จะเป็นตำแหน่งที่หลายคนมองว่าเป็นงานยากลำบาก และค่าตอบแทนน้อย  อนาคตหลังเกษียนอายุจะน่าสงสาร แต่หน้าที่การเป็นศิษยาภิบาลก็ยังเป็น ตำแหน่งที่ผู้คนมากมายอยากจะเป็น  อยากที่จะทำบทบาทหน้าที่นั้น  หลายคนยอมทิ้งภาระกิจการงานของตนแล้วถวายตัวมาเป็นผู้รับใช้พระเจ้า  ก้าวขึ้นเป็นศิษยาภิบาล    บางท่านก็ทำหน้าที่จนกระทั่งวันสุดท้ายได้สำเร็จ แต่บางรายก็จบไม่ค่อยจะสวยงามนัก  หรือที่บางคนเขาเรียกว่าตกม้าตาย   ที่เจ็บปวดใจก็คือว่าดันมาตายตอนหนังกำลังจะจบอยู่แล้วเชียว.....

บางคนนั้นอยากเป็นศิษยาภิบาลเสียเหลือเกิน  พยายามทำทุกวิธีการเพื่อจะก้าวขึ้นมาเป็นศิษยาภิบาล  บางคนก็ถึงขั้นกับไปเลื่อนขาเก้าอี้ศิษยาภิบาลคนอื่นๆเขาลง  เพียงเพื่อตนเองจะได้ขึ้นมาเป็นศิษยาภิบาลแทน   บางรายก็ทำไม่สำเร็จจึงแยกวงออกไปตั้งคริสตจักรใหม่เสียเลย  แล้วดันเอาวิธีการตลาดขึ้นมาบริหารจัดการในคริสตจักร  เรียกว่าการตลาดกับคริสตจักร  หรือศิษยาภิบาลกับการตลาดประมาณนั้นแหละครับ      นี่ก็ถือว่าเป็นวิบากกรรมของคริสตจักรนั้นๆ   วิธีการก็ไม่แตกต่างไปกับการ   รีไซเคิลขยะ     มีคนกล่าวว่า รีไซเคิลขยะคือทองคำ    มิน่าหลายคนจึงถูกผู้นำบางคน นำตัวเองไปรีไซเคิล     จึงเกิดปรากฎการณ์รีไซเคิลลูกแกะขึ้น       จากโบสถ์หนึ่งคนกลุ่มหนึ่งก็อาจจะถูกมองว่าเหมือนขยะที่ไร้คุณค่า   และความหมายใดๆ  แต่มีคนบางคนหัวใส....   มองขยะเป็นทองคำสำหรับตัวเองขึ้นมา     หวังผลประโยชน์บางอย่างและมีวาระซ่อนเร้นลึกๆ     หากไม่พิจารณาดีๆก็แทบจะไม่เผยไต๋ออกมาให้แลเห็นง่ายๆหรอก

เขามีการทำการรีไซเคิลสมาชิกหรือลูกแกะกันอย่างไรกันหนอ ?   และทำไมคนบางคนจึงจำยอมหรือสมยอมให้เขาเหล่านั้นรีไซเคิลตนเอง     ทั้งๆที่รู้ๆกันอยู่     ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาทำกันได้อย่างไร

เรื่องนี้ต้องบอกว่าระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาย่อมพิสูจน์คนที่รีไซเคิลสมาชิก       คนที่ถูกรีไซเคิลจะได้ประโยชน์อะไรหรือ  ก็แน่นอนแหละครับหลายคนที่บาดเจ็บที่หนึ่งก็จะไปรับการพันบาดแผลอีกที่หนึ่ง    โอ๋เข้าไป....  ใส่สีสักเล็กน้อย...  ได้รับการยอมรับ ได้รับเกียรติ ได้ถูกกล่าวถึงบ่อยๆในโบสถ์    บางทีก็ถูสถาปนาให้ถึงขึ้นมานั่งนับเงินบริจาค เงินถวาย   และมีโอกาสได้เล่นดนตรีได้แสดงออกซึ่งตลอดที่ผ่านมาคนเหล่านี้บางคนอยากจะแสดงออก  แต่ศิษยาภิบาลอีกทีไม่เปิดโอกาส   ที่ไม่เปิดอาจเป็นได้ว่าชีวิตบางอย่างไม่พร้อมไม่เหมาะสม เช่นอาจจะยังสูบบุหรี   ยังเที่ยวพัฒน์พงษ์   ยังดื่มเบียร์เป็นต้น  หรืออาจจะตีท้ายครัวบ้านอื่นมาก่อน   หรืออาจจะทำธุรกิจและมักเลี่ยงภาษี     แต่พอผู้นำอีกแห่งเปิดโอกาสเพราะอยากได้เขามาทำการรีไซเคิลสมาชิกใหม่   ให้ดินกลายเป็นทองขึ้นมา   จึงลดระดับที่ควรของคริสตจักรลงไปติดดินเสียเลย

ในที่สุดแล้วกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็จะกลายเป็นรีไซเคิลสมาชิก  เป็นดาวเด่นขึ้นมา ได้รับการชุปตัวขึ้นมาใหม่ (ภายนอก)  แต่ภายในก็อีกเรื่องนะครับหากมีการรีไซเคิลลงลึกไปถึงระดับกระดูก ไขในกระดูกนะครับ  ก็อาจจะได้สมาชิกสายพันธ์ใหม่  ที่ได้มาจากการทำการรีไซเคิลขยะ   ให้กลายเป็นเพชรหรือทองคำ    งานนี้ดูเหมือนว่าได้ทั้งคนที่ รีไซเคิลสมาชิก  เพราะเขาอาจจะสามารถเที่ยวคุยโม้โอ้อวดใครๆเขาว่าตนเองเริ่มสบายแล้วนอนตีพุงได้แล้วตอนนี้   ขอให้ตีพุงจริงๆเถอะกลัวว่าจะไปตีอย่างอื่นเสียมากกว่า  ( ตีใข่ ใส่สี)    หัวเราะ.....

การเป็นศิษยาภิบาลหากไม่มีลูกแกะติดตามศิษยาภิบาลก็ไม่ใช่ศิษยาภิบาล

ศิษยาภิบาล หากได้มาไม่สง่างาม ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่มาจากพระเจ้าแล้ว ศิษยาภิบาลก็ไม่ต่างกับศิษยาภิพาล

ศิษยาภิบาลที่ทำงานรับใช้พระเจ้า แม้จะมีแรงกดดัน และเต็มไปด้วยความยากลำบาก ศิษยาภิบาลที่แท้จริงก็ยังคงจะเป็นศิษยาภิบาลอยู่วันยังค่ำ   ธุรกิจขายตรง และอาชีพเสริมจะไม่สามารถเอาชนะใจศิษยาภิบาลได้

ศิษยาภิบาล ถ้าปราศจากพระเจ้า และการทรงนำของพระเจ้าแล้ว ศิษยาภิบาลก็ทำอะไรไม่ได้ และจะไม่สำเร็จ  และจะไปได้ไม่กี่น้ำ

คริสตจักรใดที่บังอาจวางศิษยาภิบาลไว้เพียงแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง คริสตจักรนั้นจะพลาดจากพระพรที่มาจากพระเจ้า

แต่อย่างไรก็แล้วแต่  คนก็คือคน คริสตจักรก็มีคนที่ไม่สมบูรณ์อาศัยอยู่ร่วมกัน อาจจะมีผิดบ้างพลาดบ้าง  แต่คริสตจักรก็เป็นของพระเจ้า  เราทุกคนต่างก็คงจะต้องรับผิดชอบตนเองต่อพระพักตรพระบิดาทั้งสิ้น  ใครหว่านอะไรลงไปก็จะเกี่ยวเก็บผลนั้นไม่วันนี้ก็ ฤดูกาลอันใกล้   ไฟย่อมพิสูจน์ทุกสิ่งว่าการงานของใครสร้างขึ้นมาด้วยวัสดุอะไร   ใครจะเอาขยะมารีไซเคิลใหม่ก็สุดแล้วแต่  ใครรู้ตัวว่าอาจจะกำลังถูกใครเขา รีไซเคิลขยะ    ก็ดูๆกันเอาเองก็แล้วกัน

เพราะสุดท้ายแล้วผมคิดว่า คริสตจักรเป็นของพระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์ทรงซื้อมาด้วยชีวิตของพระองค์  การที่เราดำเนินงานคริสตจักรของพระองค์ก็ย่อมเพื่อพระองค์หาใช่เพื่อตัวของเราเอง หรือเพื่อพรรคพวกเพื่อนพ้อง  เราจำต้องพึงสังวรเสมอว่า  เราคือผู้ทาสรับใช้ของพระคริสต์เท่านั้นเอง  เราไม่ควรถือตัวเป็นนาย เป็นเจ้าข้าวเจ้าของคริสตจักร  หรือมีอำนาจใหญ่ในองค์กรของเราจนกระทั่งใครก็ไม่อาจจะแตะต้องได้     พึงระลึกเสมอว่าวันหนึ่งเราทุกคนต่างก็จะต้องรายงานตัวต่อพระองค์กันสิ้น  วันนี้แม้จะเหนื่อยยากเพียงไร  ขอให้เหล่าบรรดาทหารหาญของพระคริสต์ รับใช้พระเจ้าต่อไปสุดกระทั่งวันสุดท้ายมาถึง  ขอให้ทำให้คริสตจักรเป็นคริสตจักรที่แท้จริง และให้พระคริสต์ได้เป็นเจ้าของคริสตจักรที่แท้จริงเสียที.

แก้ไขล่าสุด (วันพุธที่ 09 พฤษภาคม 2012 เวลา 17:05 น.)