ตอนที่ 5 ของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ฉบับสมบูรณ์  (ตอนจบ)
ของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

(Gift Of The Holy Spirit)

ศจ.พงศ์ศักดิ์ ปิ่นแก้ว

pinkaewpongsak@gmail.com

 

-เพื่อนำพระสิริของพระเจ้ามา

มก.2:12 “คนง่อยได้ลุกขึ้นก็ยกแคร่ของตนเดินออกไปต่อหน้าคนทั้งปวง คนทั้งปวงก็ประหลาดใจ

นักจึงสรรเสริญพระเจ้าว่า เราไม่เคยเห็นเช่นนี้เลย”

ลก.13:13 “พระองค์ทรงวางพระหัตถ์ขนเขา และในทันใดนั้นเขาก็ยืดตัวตรงได้และสรรเสริญพระเจ้า”

ยน..9:2-3 “และพวกสาวกของพระองค์ทูลถามพระองค์ว่า พระอาจารย์เจ้าข้าใครได้ทำผิดบาป ชานคนนี้หรือบิดามารดาของเขา เขาจึงเกิดมาตาบอด” “ พระเยซูตรัสตอบว่ามิใช่ว่าชายคนนี้หรือบิดามารดาของเขาได้ทำบาป แต่เขาเกิดมาตาบอดเพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าปรากฏในตัวเขา”

พระวิญญาณประทานของประทานแห่งการรักษาสู่ผู้รับใช้ของพระเจ้า เพื่อส่งผ่านสู่ผู้ที่พระเจ้า

ปรารถนาจะรักษาสำหรับวัตถุประสงค์ของพระองค์เอง เหมือนกับของประทานชนิดอื่นๆ ของประทานแห่งการรักษาไม่ใช่ที่จะให้อย่างเดียวเท่านั้น แต่เช่นเดียวกันต้องรับด้วย(เวลาให้ต้องเปิดใจรักด้วย) เหมือนกับหลักการแห่งความเชื่อ ด้วยการพิจารณาว่าจะรับใช้อย่างไรต่อของประทานนี้ เช่นเดียวกันคือ หลักการว่าจะจัดการที่จะรับอย่างไรด้วย

เอเซคียาห์ มีความยากลำบากในการรับของประทานแห่งการรักษาที่พระเจ้าได้ส่งให้เขา ความเชื่อของเขาต้องได้รับการสร้างในชนิดพิเศษ โดยการอัศจรรย์ซึ่งได้บันทึกเอาไว้ใน 2พกษ.20:8-11

“และเอเซคียาห์ตรัสกับอิสยาห์ว่า อะไรจะเป็นหมายสำคัญว่าพระเจ้าจะทรงรักาข้าพเจ้า และว่าข้าพเจ้าจะได้ขึ้นไปยังพระนิเวศของพระเจ้าในวันที่สาม” “และอิสยาห์พูดว่า ต่อไปนี้เป็นหมายสำคัญสำหรับฝ่าพระบาทจากพระเจ้า ที่พระเจ้าจะทรงกระทำตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ คือว่าจะให้เงาคืบหน้าไปสิบขั้น หรือย้อน

กลับมาสิบขั้น” “เอเซคียาห์ตรัสตอบว่า เป็นการง่ายที่เงาจะยาวออกไปอีกสิบขั้น แต่ให้เงาย้อนกลับมาสิบ

ขั้นต่างหาก” “และอิสยาห์ ผู้เผยพระวจนะก็ร้องทูลต่อพระเจ้า และพระองค์ทรงนำเงาย้อนกลับมาสิบขั้น ซึ่งเงานั้นได้เลยไปในนาฬิกาแดดของอาหัส” และเช่นเดียวกันใน (2พกษ.5:10-14) การรักษานาอามานให้หายโรคเรื้อน อานามานมีความยากลำบากในการรับของประทานแห่งการรักษาที่พระเจ้าได้ส่งผ่านสู่

เอลีชา การรักษาบ่อยครั้งจะให้เป็นสองเท่าของความเชื่อ ความเชื่อแห่งการรับ และความเชื่อจะจัดการต่อ

ของประทานแห่งการรักษา อย่างไรก็ตามมีการยอมรับถึงกฎนี้ ซึ่งเป็นหนทางที่พระเจ้าปรารถนาจะรักษา

แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งเป็นช่องทางธรรมดาสู่ความถูกต้องแห่งการรักษาของพระองค์ที่เทลงมาก็จะไม่ทำงานได้ดีเสมอไป การให้นี้อาจจะประทานให้ในการรักษาเป็นพิเศษ บางครั้งพระเจ้าจะประทานของ

ประทานแห่งการรักษาสู่ช่องทางการรักษาแบบธรรมดา วางมือลงบนเขา มก.16:18 “เขาจะจับงูได้

ถ้าเขากินยาพิษอย่างใด จะไม่เป็นอันตรายแก่เขา และเขาจะวางมือบนคนไข้ คนป่วย แล้วคนเหล่านั้นจะหายโรค” ในบางเวลาจะเป็นพิเศษหมายถึงการใช้ตามการทรงตรัสที่มาจากพระเจ้า (เงาของเปโตร) กจ.5:15

“จนเขาหามคนเจ็บป่วยออกไปที่ถนนวางบนที่นอนและแคร่ เพื่อเมื่อเปโตรเดินผ่านไป อย่างน้อยเงาของ

ท่านจะได้ถูกเขาบางคน” และทุกคนก็หาย

  1. การงานของการอัศจรรย์ (1คร.12:10)

และให้อีกคนหนึ่งทำการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งเผยพระวจนะได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกต

วิญญาณต่างๆ และให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาแปลกๆ และให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆได้” การอัศจรรย์เกิดขึ้น

เมื่อพระเจ้าเข้ามาในลักษณะธรรมดาเป็นแบบธรรมชาติ ของประทานแห่งการงานของการอัศจรรย์มาเมื่อ

พระเจ้ายืนหยัดกับเราด้วยพลังฤทธิ์เดชโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่จะทำอะไรบางสิ่งเสร็จสมบูรณ์ นอก

เหนือขอบเขตของความสามารถของมนุษย์ พระองค์ทรงประทานให้เราในเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับวัตถุประสงค์พิเศษ ของประทานทั้งหมดของพระวิญญาณเป็นการอัศจรรย์ แต่การใช้พระคำแห่งการอัศจรรย์ในการอ้างของกรณีนี้คือ กิจการของฤทธิ์เดช

  1. การอัศจรรย์ทำให้เราปฎิเสธไม่ได้ในเรื่องของการฟื้นขึ้นมาจากความตาย ถ้าพระเยซูไม่เป็นขึ้นมา พระ

นามของพระองค์ก็จะไม่เป็นฤทธิ์เดชต่อการรักษาคนเจ็บป่วย และการงานของการอัศจรรย์ กจ.4:33 “อัครทูต จึงประกอบด้วยฤทธิ์เดชใหญ่ยิ่ง เป็นพยานว่าพระเยซูได้ทรงคืนพระชนม์แล้ว และพระคุณ

อันใหญ่ยิ่งได้อยู่กับเขาทุกคน”

  1. การงานของการอัศจรรย์ในพระเยซู โดยนามของพระองค์ที่สำเร็จแล้วตามนั้น

ประทานให้อย่างเด่นชัดกับผู้เชื่อในการเทศนาเรื่องพระคริสต์ (กจ.4:29-30)

“บัดนี้ พระองค์เจ้าข้า ขอโปรดทอดพระเนตรการขู่ของเขา และโปรดประทานให้ผู้รับใช้ของ

พระองค์กล่าวถ้อยคำของพระองค์ด้วยใจกล้า” “ในเมื่อพระองค์ได้ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกรักษาโรคให้หาย และโปรดให้หมายสำคัญกับการอัศจรรย์บังเกิดขึ้นโดยพระนามแห่ง

พระเยซูผู้รับใช้บริสุทธิ์ของพระองค์”  ผู้คนจำได้ว่าพวกเขาเคยอยู่กับพระเยซูและการอัศจรรย์

กจ.4:13 “เมื่อเขาเห็นความกล้าหาญของเปโตรกับยอห์น และรู้ว่าท่านทั้งสองขาดการศึกษา

และเป็นคนสามัญก็ประหลาดใจ แล้วสำนึกว่าคนทั้งสองเคยอยู่กับพระเยซู”

การอธิษฐานหนุนใจ ถ้าทำให้ผู้เชื่ออธิษฐานที่จะให้มีพระเจ้ามากขึ้น กจ.4:31 “เมื่อเขาอธิษฐาน

แล้วที่ซึ่งเขาประชุมอยู่นั้นได้หวั่นไหว และคนเหล่านั้นประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้

กล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ”

การชักนำของบาป ชักนำและชักจูงเขาต่อความบาปของพวกเขา กจ.5:28, 33 “เราได้กำชับ

พวกเจ้าอย่างแข็งแรงไม่ให้สอนออกชื่อนี้ ก็นี่แน่ะ เจ้าได้ให้คำสอนของเจ้าแพร่ไปที่กรุงเยรูซาเล็ม

และปรารถนาให้ความผิดเนื่องด้วยความตายของผู้นั้นตกอยู่กับเรา” “เมื่อเขาทั้งหลายได้ยินอย่างนี้

โทโสก็พลุ่งขึ้น คิดกันว่าจะฆ่าพวกอัครทูตเสีย”

ผู้คนกลับใจมาเชื่อ 5,000 คนภายใน 1 วันต่อการอัศจรรย์เพียงแค่ครั้งเดียว กจ.4:4 “แต่คน

เป็นอันมากที่ได้ฟังคำสอนนั้นก็เชื่อ จำนวนผู้ชายจึงเพิ่มขึ้นจนนับได้ประมาณห้าพันคน” และ

5:14 “มีชายหญิงเป็นอันมากที่เชื่อถือได้เข้ามาเป็นสาวกของพระเจ้ามากกว่าก่อน”

สรรเสริญพระเจ้า ทุกๆคนสรรเสริญพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำ กจ.4:21 “เมื่อ

เขาขู่สำทับท่านทั้งสองนั้นอีกแล้วก็ปล่อยไป ไม่เห็นมีเหตุที่จะทำโทษท่านอย่างไรได้ เพราะกลัวคน เหตุว่าคนทั้งหลายได้สรรเสริญพระเจ้า เนื่องด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น”

การประกาศเรื่องพระเยซูคริสต์ก็ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว กจ.5:14-16 “มีชายหญิง

เป็นอันมากที่เชื่อถือได้เข้ามาเป็นสาวกของพระเจ้ามากกว่าก่อน” “จนเขาหามคนเจ็บป่วยออกไปที่ถนนวางบนที่นอนและแคร่ เพื่อเมื่อเปโตรเดินผ่านไป อย่างน้อยเงาของท่านจะได้ถูกเขาบางคน” “ประชาชนได้ออกมาจากเมืองที่อยู่ล้อมรอบกรุงเยรูซาเล็ม พาคนป่วยและคนที่มีผีโสโครก

เบียดเบียนมาและทุกคนก็หาย” ก่อนพระเยซูจะเริ่มกิจการงานการอัศจรรย์ไม่มีใครติดตามพระองค์ไปที่ไหนๆเลย พระองค์จำต้องเทศน์ในธรรมศาลาบ่อยๆ ลก.4:16 “แล้วพระองค์เสด็จมาถึง

เมืองนาซาเร็ธเป็นที่ซึ่งพระองค์เจริญวัยขึ้น พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตตามเคย และทรงยืนขึ้นเพื่อจะอ่านพระธรรม” แต่เมื่อการอัศจรรย์เกิดขึ้น ใน (ลก.4:33-35) ชื่อเสียง

ของพระองค์ก็กระจายออกไปในทุกๆที่ของประเทศรอบๆนั้นเกี่ยวกับเรื่องราวของพระองค์

ลก.4:37 “กิตติศัพท์ของพระองค์จึงได้เลืองลือไปทุกตำบลที่อยู่รอบนั้น” หลังจากนั้นฝูงชนก็

ชื่นชอบพระองค์ที่ได้ยินถึงพระคำของพระองค์ และเห็นการอัศจรรย์ของพระองค์ ยน.6:2 “คนเป็นอันมากได้ตามพระองค์ไป เพราะเขาเหล่านั้นได้เห็นหมายสำคัญที่พระองค์ได้ทรงกระทำต่อ

บรรดาคนป่วย”

  1. สาวกของพระองค์ได้เทศนาไปในทุกๆที่ รักษาคนเจ็บป่วย ขับไล่มารร้าย และทำการอัศจรรย์ มีผู้คนมากมายหันกลับมาหาพระคริสต์

ในสะมาเรีย ได้ให้ความสนใจในฟิลิป ได้ยินและได้เห็นการอัศจรรย์ด้วยว่าเขาได้ทำหมายสำคัญ

กจ.8:6 “ประชาชนพร้อมใจกันฟังถ้อยคำที่ฟิลิปได้ประกาศ เพราะเขาได้ยินท่านพูดและได้เห็น

หมายสำคัญซึ่งท่านได้กระทำนั้น”

ในชาโรน และลิดดา ผู้คนที่อาศัยอยู่ทั้งหมดของชาโรน และลิดดาหันกลับมาหาพระเจ้าเมื่อ

เปโตรบอกไอเนอัสใน กจ.9:34-35 “เปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า ไอเนอัสเอ๋ย พระเยซูทรงโปรดท่านให้หายโรคได้ จงลุกขึ้นเก็บที่นอนของท่านเถิด ในทันใดนั้นไอเนอัสได้ลุกขึ้น” “ฝ่ายคนทั้ง

ปวงที่อยู่ในเมืองลิดดา และที่ราบชาโรนเห็นแล้วจึงกลับใจมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า”

ในยัฟฟา ผู้คนมากมายในยัฟฟาเชื่อเมื่อเปโตรได้วางมือบนโครดัสจากความตาย กจ.9:42 “เหตุ

การณ์นั้นลือไปตลอดทั่วเมืองยัฟฟา คนเป็นอันมากพากันมาเชื่อถือองค์พระผู้เป็นเจ้า”

ในลิสตรา ผู้คนในลิสตราคิดว่าพระเจ้าได้เสด็จลงมาหาพวกเขาเมื่อเขาเห็นชายง่อยลุกขึ้นเดินได้

และกระโดด ที่ได้ยินเปาโลพูดถ้อยคำ (กจ.14:8-18) (กจ.5:12-16)

หนังสือกิจการได้จบลงด้วยการอัศจรรย์มากมาย  กจ.28:8-9 “ฝ่ายบิดาของปูบลิอัสนั้นอนป่วย

อยู่เป็นไข้และเป็นบิด เปาโลจึง

เข้าไปหาท่านอธิษฐานแล้ววางมือบนท่านรักษาให้หาย” “ครั้นทำอย่างนั้นแล้ว คนอื่นๆ ที่เกาะนั้นซึ่งมีโรคต่างๆ ก็มาหา และเขาก็หายด้วย” เมื่อผู้คนได้เห็นพระบิดาทรงรักษาในที่สาธารณชน

พวกเขาก็เชื่อว่านั่นคือการรักษาของพระองค์ หลังจากนั้นพวกเขาก็พร้อมและรักษาทุกๆคนที่ต้องการ เมื่อผู้คนได้คิดและได้เชื่ออย่างถูกต้องเกี่ยวกับพระเจ้า พวกเขาก็รับทุกอย่างจากพระองค์ที่อะไรๆที่พวกเขาต้องการนี้ ที่ได้ประทานให้แก่พวกเขา

  1. การอัศจรรย์ในชีวิตของผู้เชื่อ การงานของการอัศจรรย์คือ การทำให้มีโอกาสในเรื่องของพระวิญญาณ

บริสุทธิ์ที่ได้ประทานให้กับผู้เชื่อ ทำให้มีความสามารถในการงานของการอัศจรรย์ นี่คือการเปรียบเทียบในการงานแห่งการอัศจรรย์ของพระเจ้าในชีวิตผู้เชื่อ  ดังนั้น ผู้คนมากมายที่เคยรับของประทานแห่งการงานของการอัศจรรย์ที่มีประสบการณ์ พระเจ้าก็ได้ทำให้ชีวิตของพวกเขาอัศจรรย์มากขึ้น

การปลดปล่อยให้เป็นอิสระ การอัศจรรย์แห่งการปลดปล่อย เช่นเดียวกับอัครทูตใน กจ.5:17-

20 และเปโตรใน กจ.12:1-10 เช่นเดียวกับ อ.เปาโล และสิลาสใน กจ.16:15-30

การนำส่งด้วยความปิติยินดี การอัศจรรย์ของการนำส่งด้วยความชื่นชม กจ.8:39 “เมื่อท่านทั้ง

สองขึ้นจากน้ำแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรับฟิลิปไปเสีย และขันทีนั้น

ไม่ได้เห็นท่านอีก จึงเดินทางต่อไปด้วยความพอใจ” สิ่งนี้และตัวอย่างอื่นๆอีกมากมาย การอัศจรรย์ได้จัดเตรียมโดยพระเจ้าในชีวิตของผู้เชื่อ บางครั้ง แม้แต่การทำงานนั้นนอกเหนือจากผู้เชื่อก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้น โอกาสหรือที่ไหนที่ของประทานแห่งการงานของการอัศจรรย์ได้เกิดขึ้น ในการเปรียบเทียบนี้มีอยู่ 3 ตัวอย่างที่ของประทานกระทำคือการงานแห่งการอัศจรรย์โดยผู้เชื่อ

  1. กจ.19:11 “พระเจ้าได้ทรงกระทำอิทธิฤทธิ์อันพิสดารด้วยมือของเปาโล”
  2. กจ. 9:40 “ฝ่ายเปโตรให้คนทั้งปวงออกไปข้างนอก และได้คุกเข่าลงอธิษฐาน แล้วหันมายัง

ศพนั้นกล่าวว่า ทาบิธาเอ๋ยจงลุกขึ้น ทาบิธาก็ลืมตา เมื่อเห็นเปโตรจึงลุกขึ้นนั่ง”

  1. กจ.20:9-12 “อ.เปาโล ได้ช่วยชีวิตชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ ยุทิกัส ที่นั่งง่วงอยู่ที่หน้าต่าง และ

ผลัดตกลงมาจากหน้าต่างชั้นที่สาม เปาโลจึงก้มตัวลงไปกอดผู้นั้น”

  1. การฝึกฝนการงานแห่งของประทาน

การเจิมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้สร้างความมั่นใจและสิทธิอำนาจอย่างพิเศษ

พระคำแห่งความเชื่อและสิทธิอำนาจ เอลียาห์พูดว่า พระเจ้าเป็นผู้ประทานคำตอบโดยไฟ จะอยู่กับ

พระเจ้าแห่งอิสราเอล ไฟจะเทลงมาเป็นตัวอย่างของการงานแห่งการอัศจรรย์ (1พกษ.18:21-39)

ในพระธรรมกิจการเห็นเด่นชัดในเรื่องของความเชื่อ

ถ้าเรามีความเชื่อทุกอย่างก็เกิดขึ้นได้เสมอ เพราะว่าสิ่งสารพัดทั้งสิ้นมาจากพระองค์ ความเชื่อคือความ

แน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริงโดยพระเจ้าเป็นผู้กระทำ ถ้ายังไม่

ได้ขอให้เราขอ เพราะพระองค์บอกว่า ขอก็จะได้ เคาะก็จะเปิด แสวงหาก็จะพบ ขอบคุณพระเจ้าครับสำหรับ

บทความเกี่ยวกับเรื่องของประทานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ได้ประทานให้กับผู้เชื่อทุกคนในการปรนนิบัติ

รับใช้พระเจ้า จงรับใช้ร่วมกันด้วยใจรักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจนกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาในนาม

พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน  (ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ) ขอพระเจ้าอวยพร

...............................................