เมื่อฟ้าโน้มต่ำลงมา ในพิธีมหากรรมโอลิมปิก 2012

เมื่อฟ้าโน้มต่ำลงมา ในพิธีมหากรรมโอลิมปิก 2012

ธวัช  เย็นใจ

 

เชื่อว่าหลายคนได้ชมพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิก “ลอนดอนเกมส์

๒๐๑๒” อย่างยิ่งใหญ่สมกับเป็นมหาอำนาจในอดีต ที่มีฉายา “อา

ณาจักรที่ดวงอาทิตย์ไม่เคยตกดิน”  เพราะเมืองขึ้นของอังกฤษมีอยู่ทั่ว

ทุกมุมโลก ซึ่งทำเอาผู้คนเซอร์ไพรซ์และประทับใจไปตามๆกัน เมื่อ

ฟ้าโน้มต่ำลงมาถึงดิน!

 

สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ ๒ ได้ทรงร่วมแสดงภาพยนตร์กับดาเนีล เคร้ก ในบทของเจมส์ บอนด์ สายลับ ๐๐๗ โดยเจมส์ บอนด์ได้ทูลเชิญและอารักขาควีนอลิซาเบธเสด็จขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปยังสนามกีฬาโอลิมปิก เมื่อถึงสนามแล้ว พระองค์(แสดงโดยตัวแทนหรือสตั๊นด์แมน)พร้อมกับเจมส์ บอนด์ กระโดดร่มลงสู่สนาม แล้วนำเข้าสู่การการเสด็จเข้าสู่สนามของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธ พร้อมด้วยดยุคแห่งเอดินเบอระ พระสวามีซึ่งอยู่ในเหตุการณ์จริง

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความฮือฮาให้กับผู้คนในสนาม และผู้ที่ชมการถ่ายทอดทางทีวีทั่วโลก!

ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้คือ แดนนี่ บอยล์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังของอังกฤษ ซึ่งทำหน้าที่กำกับการแสดงในพิธีเปิดลอนดอนเกมส์ มีการประสานไปยังเลขานุการสำหนักพระราชวัง ปรากฏว่ามีข่าวดีอย่างเหลือเชื่อ เมื่อควีนอลิซา

เบธทรงตอบรับเข้าร่วมการแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้ โดยมีข้อแม้ว่า พระองค์จะต้องถ่ายทำเพียงเทกเดียว และจะต้องเลือกฉลองพระองค์ด้วยพระองค์เอง  โดยทรงเลือกชุดกระโปรงสีชมพูปลาแซลมอน

พระราชินีทรงแสดงเข้าคู่ได้ดีกับเจมส์ บอนด์ ส่วนฉากที่กระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์นั้น นางจูเลีย แม็คเคนซีย์ นักแสดงชาวอังกฤษรับบทเป็นควีน และนายแกรีย์ คอนเนอรี่ นักแสดงสตั๊นด์แมนอีกคนหนึ่งรับบทของเจมส์ บอนด์ กระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์ แล้วภาพก็ตัดไปที่พระราชินีและดยุคแห่งเอดินเบอระได้เสด็จเข้าสู่สนาม

นอกจากจะเป็นไฮไลท์ของพิธีเปิดโอลิมปิกแล้ว ยังทำให้พระราชินีได้ใกล้ชิดกับสามัญชน ไม่เพียงแต่พสกนิกรชาวอังกฤษเท่านั้น แต่รวมไปถึงคนทั่วโลกที่ชมการถ่ายทอดทางออนไลน์อีกด้วย!

บทเรียน : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพิธีเปิดมหกรรมโอลิมปิก “ลอนดอน ๒๐๑๒” เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา

ทำให้คิดถึงพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงพระเจ้ายิ่งใหญ่สูงสุดของเรา พระองค์ทรงเป็นผู้สร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลกและจักรวาล พระองค์ทรงศักดิ์สิทธิ์เที่ยงธรรม ซื่อสัตย์ และมีฤทธิ์อำนาจอย่างไม่จำกัด

ประการแรก พระองค์สถิตในสวรรค์และรับการยกย่องสรรเสริญจากทูตสวรรค์และมนุษย์ทั้งปวง หากพูดตามความเป็นจริง พระองค์ไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะเสด็จลงมายังโลกนี้ที่เต็มไปด้วยความผิดบาป แต่ขอบพระคุณพระเจ้า ด้วยความพระทัยเมตตากรุณา ทรงไว้ด้วยความรักและห่วงใย ดังที่อิสยาห์ได้อธิษฐานว่า “โอ ขอให้พระองค์ทรงแหวกฟ้าสวรรค์แล้วลงมา” (อสย. ๖๔.๑)

พระคัมภีร์บอกว่า “แม้ฟ้าจะสูง และแผ่นดินจะต่ำ” แต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับพระเจ้า พระองค์ได้ทรงบอกผู้รับใช้ถึงการสถิตอยู่ด้วยว่า “พระเจ้าผู้ได้ทรงปั้นท่าน ตรัสดังนี้ว่า อย่ากลัวเลย เพราะว่าเราได้ไถ่เจ้าแล้ว เราได้เรียกเจ้าตามชื่อ

เจ้าเป็นของเรา” ไม่ว่าจะข้ามน้ำลุยไฟผู้รับใช้ของพระองค์จะไม่ได้รับอันตรายใดๆเลย “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า” (อสย. ๔๓.๑-๕)

ประการที่สอง มากยิ่งกว่านั้น พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ลงมาประสูติอย่างสามัญชน และดำเนินชีวิตอยู่กับคนชั้นต่ำทั้งหลาย และสิ้นพระชนม์เยี่ยงคนบาปหนาสากรรจ์เพื่อไถ่โทษความผิดบาปของมนุษยชาติ   “เพราะพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร” ในพระคัมภีร์ตอนต่อมายังบันทึกอีกว่า “เพราะพระเจ้าไม่ได้ทรงส่งพระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลก เพื่อพิพากษาลงโทษโลก แต่ช่วยโลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น” (ยน. ๓.๑๖-๑๗)

ประการที่สาม พระเจ้าองค์นี้มิได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนมนุษย์เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น แล้วก็เสด็จกลับไปยังพระราชวังในสวรรค์เพื่อเสวยสุข (แล้วทอดทิ้งให้ประชากรของพระองค์เป็นเหมือนเด็กกำพร้า) แต่พระองค์ทรงสถิตอยู่กับเราทั้งหลายตลอดไปโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้การดำเนินชีวิตของเราแต่ละวันนั้น มีแต่ความสุข ความสำเร็จและเป็นพระพรอย่างมากมาย พระเยซูตรัสยืนยันและหนุนใจบรรดาผู้เชื่อว่า “นี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” (มธ. ๒๘.๒๐)

ประการสุดท้าย พระเจ้าไม่ทรงเห็นแก่พระองค์เอง ที่เสาะแสวงหาความสุขเฉพาะพระองค์เองเท่านั้น แต่ทรงสัญญาว่า ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จไปไหน ก็จะหอบหิ้วคริสเตียนไปด้วย พระเยซูคริสต์ตรัสว่า ไม่เป็นเรื่องที่น่ารำคาญพระทัยอันใดเลย ที่บรรดาผู้เชื่อจะติดสอยห้อยตาม กลับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีสำหรับทั้งสองฝ่าย

“อย่าให้ใจของพวกท่านเป็นทุกข์เลย พวกท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่มากมาย ถ้าไม่มีเราคงบอกท่านแล้ว เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่าน เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับพวกท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกและรับท่านไปอยู่กับเรา” พระองค์ยืนยันพระสัญญาอีกว่า “เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหน ท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย” (ยน. ๑๔.๑-๓)

การเสด็จมาในภาพยนตร์ของควีนอลิซาเบธที่ ๒ นั้นน่าตื่นตาตื่นใจมากเพียงไร แต่ก็อยู่เพียงไม่กี่ชั่วโมง

แต่การเสด็จมาขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็ตื่นเต้นและเร้าใจยิ่งกว่า เพราะเป็นการช่วยให้รอดและทรงอยู่ด้วยตลอดไปนิรันดร.