ผิดแล้วให้อภัย

ผิดแล้วให้อภัย

ดร.นรนิตย์  จินดาขันธ์

 

To err is human; to forgive, divine”หมายความว่า “ทำผิดพลาดคือมนุษย์ ให้อภัยคือพระเจ้า”

ผมไม่แคร์ว่า  คุณเป็นใคร จะมีความรู้มากแค่ไหน เก่งแค่ไหน ประสบความสำเร็จมากพียงใด รวยแค่ไหน หรือเคร่งศาสนามากเพียงใด หากว่าคุณไม่ยอมรับว่า ตัวของคุณเองก็ยังทำผิดพลาดมากแล้วหลายๆ ครั้ง และทำผิดเหล่านั้นต่อหมายๆ คน

ผมขอฟังธงลงไปเลยว่า คุณกำลังหลงตัวเอง และกำลังหลงทาง! ไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาดในชีวิตนี้ และเวลาที่คุณทำผิดพลาดคุณต้องให้คนอื่นปฏิบัติต่อคุณอย่างไร?

......ไม่ยอมพบกหน้า

......ไม่ยอมคุยด้วย

......ไม่ยอมคืนดี

......ไม่ยอมให้อภัย....?

ผมไม่เชื่อว่าใจจริงของคุณประสงค์จะเลือกข้อใดที่กล่าวถึงข้างต้น แต่คุณคงต้องการได้รับโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ คุณคงต้องการการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ให้กลับมาคืนดีอีกครั้ง และคุณคงต้องการให้เขาอภัยให้กับคุณ ใช่ไหม?

คุณต้องการให้เขายุติความขมขื่น ความโกรธและคความเคียดแค้นที่เขามีต่อคุณ ด้วยท่าทีตามภาษิตที่ว่า...

“ที่แล้วมาก็ให้แล้วกันไปเถิด!”และ “อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บเลย”

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่คุณเองก็รู้สึกเสียใจ และสำนึกผิดในความพลาดพลั้งของคุณไปแล้วอย่างจริงใจ!

คุณต้องการได้รับมิตรภาพกลับคืนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากว่าบุคคลนั้นเคยเป็นมิตรที่สนิทสนมใกล้ชิดรักใคร่กันมาในอดีต คุณคงรู้สึกปวดหัวใจ หากว่า คุณถูกสะบั้นความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใยใดๆ เลย!

แล้ว.....คุณทราบหรือไม่ว่า ในยามที่คนหนึ่งคนใดกระทำ “บางสิ่ง” ที่ผิดพลาดต่อคุณ เขาเองก็ต้องการการตอบสนองเช่นนั้นจากคุณเหมือนกัน และไม่มีความสุขใดจะเทียบได้กับการมีคนยกโทษความผิดพลาดที่เรากระทำต่อเขา พร้อมกับให้โอกาสแก่เราในการเริ่มต้นใหม่อย่างจริงใจ ควบคู่กับการให้กำลังใจในการฟื้นความสัมพันธ์อันดีให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้ง!

ซึ่งการยกโทษและการพร้อมที่จะให้เกิดการคืนดีกันนั้น เป็นพระลักษณะประจำพระองค์ของพระเจ้า!

กษัตริย์ดาวิดเมื่อทรงกระทำบาปพลาดพลั้งไป และจมอยู่ในความทรมานใจ ก็ได้พรรณนาถึงความรู้สึกอันยากจะบรรยายได้หมดของพระองค์ เมื่อทรงได้รับการให้อภัยและไม่ถือสาเอาโทษจากพระเจ้า

พระองค์ตรัสว่า......“บุคคลผู้ซึ่งได้รับการอภัยการละเมิดแล้วก็เป็นสุข คือ ผู้ทรงกลบเกลื่อนบาปให้นั้น บุคคลซึ่งพระเจ้ามิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข” (สดุดี 32:1-2)

เนื่องด้วยพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งการให้อภัย ดังนั้น หากว่าคุณรู้ว่ายากจะให้อภัยแก่คนที่ทำผิดต่อคุณ คุณควรที่จะเข้าไปหาพระเจ้า และทูลขอความรักที่สามารถช่วยคุณให้สามารถจะให้อภัยแก่คนที่ทำผิดต่อคุณได้อย่างจริงใจจากพระองค์ เพื่อคุณจะสามารถให้อภัยแก่คนที่ทำผิดพลาดต่อคุณนั้นได้อย่างสิ้นเชิง!

อย่าให้เราขมขื่น เคียดแค้น โกรธเคืองผู้ใดนานเกิน 24 ชั่วโมง โดยไม่ยอมให้อภัย!

หากคุณดึงดันทำเช่นนั้น คุณจงระวังให้ดี เพราะว่า จะมีผลเสียเกิดขึ้นกับคุณตามมาอย่างมากมาย หนึ่งในนั้นคือ คุณจะสูญเสีย “สันติสุข” ในจิตใจไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณจะสูญเสียความสัมพันธ์อันดีกับพระเจ้าไป เนื่องจาก เพราะคุณขัดขืนไม่ยอมกระทำตามพระบัญชาของพระองค์ และวันหนึ่งเมื่อคุณกระทำผิดพลาดขึ้นมาบ้าง คุณเองก็จะไม่ได้รับการให้อภัยจากคู่กรณีของคุณ และจากพระเจ้าเช่นกัน!

ดังนั้น อย่าเผาสะพานที่คุณเองจำเป็นต้องใช้ข้ามเช่นกัน หากคุณไม่ให้อภัยผู้หนึ่งผู้ใด ก็เท่ากับคุณเองได้เผาสะพานเส้นนั้นไปแล้ว และคุณจะไม่มีสะพานให้ตัวเองข้ามอีกในอนาคต

ดังนั้น แทนที่เราจะมานั่งเผาสะพานที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น ให้เรามาเสริมและสร้างสะพาน “แห่งการให้อภัย” นี้ให้แข็งแรงมากขึ้นในบ้านในคริสตจักร และในชุมชนของเราจะดีกว่าไหมครับ?

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 02 ธันวาคม 2012 เวลา 23:47 น.)